- Tuesday, September 8, 2009, 9:13
- ข่าวเศรษฐกิจ

บีบโรงงาน 1.2 แสนแห่งช่วยดูแลสังคมคู่ลงทุน
นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เปิดเผยในงานเสวนาวิชาการ “กรมโรงงานอุตสาหกรรมกับการพัฒนาที่ยั่งยืน” ว่า กรมฯจะเร่งส่งเสริมให้โรงงาน 1.2 แสนแห่งทั่วประเทศรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น โดยการดูแลสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชุมชนควบคู่กับการลงทุน ขณะที่ภาครัฐจะสนับสนุนให้นำเทคโนโลยีสะอาดสู่ภาคอุตสาหกรรม พร้อมทั้งพัฒนาระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมสำหรับโรงงานเอสเอ็มอี เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมในระดับมาตรฐานสากล
ส่วนความคืบหน้าร่างประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องการพิจารณาอนุมัติโครงการเกี่ยวกับอุตสาหกรรมที่อาจก่อผลกระทบต่อ ชุมชนอย่างร้ายแรงทั้งด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพตามรัฐธรรมนูญมาตรา 67 นั้น ได้ออกใบอนุญาตประกอบกิจการและขยายโรงงานแล้ว 10 โครงการเพราะไม่เข้าข่ายมีผลกระทบร้ายแรงต่อชุมชน ส่วน 3 โครงการที่เหลือ เกี่ยวกับโรงไฟฟ้ากำลังการผลิตกว่า 500 เมกะวัตต์ ได้ส่งผลให้คณะกรรมการกำกับกิจการไฟฟ้า (เรกูเลเตอร์) พิจารณาต่อไป
นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ภาคเอกชนอยู่ระหว่างรอกระทรวงอุตสาหกรรมลงนามประกาศกฎกระทรวงเรื่องการ พิจารณาอนุญาตโครงการเกี่ยวกับอุตสาหกรรมที่อาจก่อผลกระทบต่อชุมชนอย่าง รุนแรง เพราะหากล่าช้าจะเสียโอกาสการลงทุนในไทย.
วันอังคาร ที่ 08 กันยายน 2552 เวลา 7:09 น
หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
- Tuesday, September 8, 2009, 9:11
- ข่าวเศรษฐกิจ

ขอเพิ่มวงเงินสถานี - อุโมงค์รถไฟฟ้า คมนาคมดันเข้าครม.อนุมัติ
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมได้เสนอให้ที่ประชุมครม.วันที่ 8 ก.ย.นี้ พิจารณาเห็นชอบปรับเพิ่มวงเงินค่าก่อสร้างตัวอาคารสถานีและอุโมงค์รถไฟใต้ อาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จากเดิม 4,082 ล้านบาท เป็น 4,111 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นอีก 28.52 ล้านบาท จากเดิมที่ประชุมครม.เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 47 ได้เห็นชอบไว้ก่อนหน้านี้ และขอความเห็นชอบให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กู้เงิน 4,754 ล้านบาท เพื่อจ่ายคืนค่าก่อสร้างอาคารสถานีและอุโมงค์รถไฟ ใต้อาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิรวมดอกเบี้ยให้กับ บมจ. ท่าอากาศยานไทย (ทอท.)
นอกจากนี้จะเสนอให้รฟท.รับผิดชอบบริหารจัดการพื้นที่อาคารสถานีและอุโมงค์ รถไฟใต้อาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิทั้งบริเวณพื้น ที่ที่ใช้ในการเดินรถไฟและพื้นที่เชิงพาณิชย์ทั้งหมดแทนการจัดตั้งบริษัทลูก ที่จะตั้งขึ้น โดยเปิดโอกาสให้ผู้สนใจเข้ารับการคัดเลือกเป็นผู้บริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์ ของอาคารสถานีและอุโมงค์รถไฟใต้อาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในเชิง พาณิชย์เป็นการทั่วไป โดยกระทรวงคมนาคม รายงานว่าได้ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหารือการเรียกคืนเงินลงทุนก่อ สร้างอาคารสถานีและอุโมงค์รถไฟใต้อาคารฯ จนได้ข้อยุติเห็นชอบร่วมกันว่าวงเงินค่าก่อสร้างที่ รฟท. จะชำระคืนให้ ทอท. เป็นเงิน 3,842 ล้านบาท ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% จำนวน 268 ล้านบาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 4,111 ล้านบาท
อย่างไรก็ตามจากการประชุมอีกครั้งหนึ่ง สบน. มีข้อสังเกตว่า อาจพิจารณาแนวทางการเจรจาให้ ทอท. นำดอกเบี้ยจ่ายที่จะเรียกเก็บ รฟท. มาแลกเปลี่ยนเป็นสิทธิหรือค่าธรรมเนียมในการขอเข้าใช้พื้นที่เพื่อบริหาร ...
- Tuesday, September 8, 2009, 9:07
- ข่าวเศรษฐกิจ
ธ.ก.ส.กลัวหัวขาดเชียร์ประกันราคาสินค้า
นายเอ็นนู ซื่อสุวรรณ รักษาการผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า การประกันราคาพืชผล ทางการเกษตรนั้น ธ.ก.ส. คาดว่า จะใช้เงินชดเชยจากงบประมาณโครงการไทยเข้มแข็ง รวม 43,000 ล้านบาท แบ่งเป็น ชดเชยในส่วนของข้าวโพด และ มันสำปะหลัง 18,000 ล้านบาท ข้าว 6 ชนิด วงเงิน 25,000 ล้านบาท โดยกำหนดปริมาณในการรับประกันข้าวโพดและข้าว ไว้ไม่เกินครัวเรือนละ 20 ตัน ส่วนมันสำปะหลังไม่เกิน 100 ตันและจะประกาศราคาตลาดอ้างอิงสำหรับการประกันราคาพืชผลทางการเกษตร ทุก ๆ วันที่ 1 และ วันที่ 16 ของเดือน เพื่อให้เป็นไปตามกลไกราคาตลาดอย่างแท้จริง คาดว่าจะมีเกษตรกรได้รับประโยชน์จากโครงการดังกล่าวกว่า 4,500,000 ราย
ทั้งนี้จากการประกาศราคาประกันข้าวโพดในราคากิโลกรัมละ 7.10 บาท แต่ราคาในตลาดเมื่อวันที่ 14 ส.ค.ที่ผ่านมา อยู่ที่ 5.59 บาท และราคาวันที่ 1 ก.ย.ที่ 5.41 บาทนั้น ทำให้รัฐบาลต้องชดเชยให้เกษตรกรเกือบกิโลกรัมละ 2 บาท แต่หากรับจำนำเหมือนปีที่ผ่านมา รัฐต้องใช้เงินรับจำนำถึงกิโลกรัมละ 8.10 บาท ดังนั้นเห็นได้ชัดว่า ...
- Tuesday, September 8, 2009, 9:05
- ข่าวเศรษฐกิจ

ศุลกากรตั้งคลินิกแนะนำภาษี ฝันดันรายได้ปีหน้าเพิ่มขึ้น 10%
นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังประเมินว่าในปีงบประมาณ 52 นี้ กรมศุลกากรจะจัดเก็บรายได้ต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ 100,000 ล้านบาท ไป 20% เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวทำให้ผู้ประกอบการนำเข้าส่งออกสินค้าลดน้อย ลง ส่งผลให้จัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) จากการนำเข้าลดลงตามไปด้วย แต่ทั้งนี้กรมศุลกากรได้ปฏิรูปองค์กรใหม่ ด้วยการปรับเปลี่ยนบทบาทจากผู้จัดเก็บภาษีเพียงอย่างเดียวมาเป็นผู้อำนวย ความ สะดวกทางการค้า พร้อมทั้งได้เปิดตัวคลินิกศุลกากร ซึ่งถือเป็นก้าวแรกของแผนปฏิรูปกรมศุลกากร เชื่อว่าจะทำให้ในปีงบประมาณ 53 จะจัดเก็บรายได้ได้เพิ่มขึ้นอีก 10-15%
จากการเปิดคลินิกศุลกากร เพื่อเพิ่มความสะดวกทางการค้าระหว่างประเทศ อีกทั้งช่วยแก้ปัญหาและส่งเสริมการทำงานกับภาคเอกชนผู้ประกอบการนำเข้า ส่งออกเมื่อปลายเดือนส.ค.ที่ผ่านมา พบว่าขณะนี้มีผู้ประกอบการสนใจสอบถามมาแล้วกว่า 171 เรื่อง ซึ่งเน้นหนักในเรื่องพิธีการศุลกากร พิกัดอัตราศุลกากร ราคา และของต้องห้ามต้องจำกัด ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตอบไปแล้ว 145 เรื่อง โดยหากเป็นคำถามเรื่องทั่วไปจะตอบได้ใน 3 วัน กรณีปัญหาการปฏิบัติงานจะตอบกลับใน 5 วัน แต่หากถามถึงพิกัดอัตราศุลกากรและวิธีการคำนวณราคาศุลกากรจะตอบได้ภายใน 60 วัน ซึ่งส่วนหนึ่งสามารถแก้ปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อการค้าได้
นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า คำตอบจากคลินิกศุลกากรหากเป็นที่สิ้นสุด หมายถึงผ่านการหารือข้อกฎหมายและความเห็นของผู้บริหารแล้ว และจะนำลงในเว็บไซต์ศุลกากรที่ www.custom.go.th ซึ่งถือเป็นมาตรฐานแนวทางปฏิบัติศุลกากรได้ทันที ทั้งนี้คำตอบดังกล่าวไม่ได้ผูกพันตามกฎหมาย แต่คาดว่าจะช่วยลดช่องว่าง ลดภาระ ลดงานที่เคยเป็นอุปสรรคระหว่างกรมและภาคเอกชนได้
นายยรรยง ตั้งจิตต์กุล ...
- Tuesday, September 8, 2009, 9:02
- ข่าวเศรษฐกิจ

แฟชั่นไอส์แลนด์ปรับโฉม
นายประเสริฐ ศรีอุฬารพงศ์ กรรมการบริหาร บริษัท สยาม รีเทล ดีเวลล็อปเม้นท์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ เปิดเผยว่า บริษัทใช้ทุ่มงบ 600 ล้านบาท ปรับภาพลักษณ์ใหม่ของศูนย์การค้าครั้งใหญ่รอบ 13 ปี ภายใต้แนวคิด เดอะ จอย ออฟ ช้อปปิง เพื่อให้มีความทันสมัย และมีสินค้าครบครันตามความต้องการผู้บริโภค จับกลุ่มเป้าหมายชุมชนที่พักอาศัยในพื้นที่รัศมีโดยรอบ 10 กม. คาดว่าจะดึงดูดกลุ่มลูกค้า ให้เข้ามาใช้บริการในศูนย์การค้าเพิ่มขึ้น 10% จากปัจจุบัน มียอดลูกค้าเข้ามาใช้บริการในวันธรรมดา 60,000 คน และวันหยุดกว่า 80,000 คน
สำหรับงบลงทุนดังกล่าวแบ่งเป็น 400 ล้านบาท เพื่อปรับโฉมภายในศูนย์การค้าภายให้เสร็จภายในสิ้นปีนี้ และใช้งบอีก 200 ล้านบาท ซึ่งจะเตรียมนำไปใช้ลงทุนเพื่อปรับโฉมในส่วนพื้นที่บริเวณด้านหน้าศูนย์การ ค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ ราวต้นปีหน้า และบริษัทเตรียมปรับค่าเช่าพื้นที่ในศูนย์การค้าเพิ่มขึ้น 5-7% นอกจากนี้ บริษัทจะใช้งบการตลาดทำตลาดกว่า 30 ล้านบาท เพื่อ 9 กิจกรรมใหญ่ รองรับการปรับโฉมใหม่ของศูนย์การค้าด้วย.
วันอังคาร ที่ 08 กันยายน 2552 เวลา 7:03 น
หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
- Tuesday, September 8, 2009, 9:00
- ข่าวเศรษฐกิจ

เงื้อดาบฟันยี่ปั๊ว-ซาปั๊วตุนนํ้าตาล
นายยรรยง พวงราช อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ในสัปดาห์นี้จะเรียกผู้ประกอบการขายส่งน้ำตาลทราย (ยี่ปั๊ว ซาปั๊ว) เข้าหารือเกี่ยวกับปัญหาการกักตุนน้ำตาลทราย เนื่องจากขณะนี้ได้รับร้องเรียนจากผู้ค้าส่งว่า สั่งซื้อน้ำตาลทรายได้ปริมาณน้อยลง โดยจากเดิมอาจได้รับในปริมาณ 10 คันรถ แต่ถ้าต้องการได้ในปริมาณมากกว่าเดิมจะต้องจ่ายเงินเพิ่มมากกว่าจากจำนวน ปกติ อีกทั้งยังได้รับการร้องเรียนจากผู้ค้าปลีกรายย่อยว่ายี่ปั๊ว ซาปั๊ว เริ่มกักตุนน้ำตาลไว้ค่อนข้างมาก
ทั้งนี้แนวทางแก้ไขปัญหา จะต้องเรียกผู้ประกอบการมาหารือและอาจต้องทำการสำรวจปริมาณน้ำตาลทรายใน สต๊อกของโรงงานน้ำตาลและของผู้ค้าส่ง เพื่อดูว่าปริมาณน้ำตาลที่เก็บสต๊อกเหลือมากน้อยเพียงใด
รวมทั้งจะดูเส้นทางการผลิต และการ ค้าของน้ำตาล เพื่อป้องกันการลักลอบนำน้ำตาลทรายออกไปขายยังต่างประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคกลางที่มีปัญหามากที่สุด
“ทางโรงงานน้ำตาลต้องบอกว่าไม่มีปัญหาแน่นอน เพราะมีการกำหนดปริมาณน้ำตาลสำหรับส่งออก และบริโภคภายในประเทศอย่างเป็นระบบ แต่ปัญหานี้เกิดขึ้นนอกระบบการบริหารจัดการและขณะนี้มีส่วนต่างการขายน้ำตาล ทรายในประเทศ และส่งออกไปขายในราคา 33-34 บาท สูงกว่าในประเทศ 10 บาทต่อกก.จึงสามารถจูงใจให้มีการลักลอบส่งออกมากขึ้น”
อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่ พบปัญหาขาดแคลนน้ำตาลทรายที่ใช้บริโภคภายในประเทศ (โควตา ก) เนื่องจากรัฐมีการจัดสรรโควตา น้ำตาลการบริโภคในประเทศ และส่งออกแยกจาก กันอย่างชัดเจน และขณะนี้โควตาน้ำตาล สำหรับใช้บริโภคภายในประเทศก็มีปริมาณเพียงพอ ต่อความต้องการ ซึ่งหากมีความต้องการเพิ่ม ก็สามารถเพิ่มปริมาณโควตาน้ำตาลทรายในประเทศได้อีก
นายยรรยงกล่าวว่าหากสถานการณ์น้ำตาลไม่เข้าสู่ภาวะปกติ จะนำเข้าที่ประชุมคณะกรรม การกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) เพื่อพิจารณาออกมาตรการประกาศการแจ้งเคลื่อนย้ายหรือปริมาณน้ำตาลทราย แม้ราคาน้ำตาลทรายขายปลีกอยู่ในบัญชีควบคุม แต่ยังไม่มีการกำหนดถึงขั้นต้องแจ้งปริมาณและเคลื่อนย้าย เนื่องจาก ที่ผ่านมายังไม่เกิดปัญหาขาดแคลนและผู้บริโภคสามารถหาซื้อน้ำตาลทรายได้ตาม ปกติ หากสถาน การณ์ไม่ดีขึ้นอาจเพิ่มมาตรการเข้ามาดูแล
สำหรับการที่ราคาน้ำตาลในตลาดโลกพุ่ง สูงขึ้น เนื่องจากราคาพลังงานและอาหารสูงขึ้น ประกอบกับในช่วงที่ผ่านมาประเทศผู้ส่งออกน้ำตาลรายใหญ่ประสบปัญหาภัย ธรรมชาติทำให้มีปริมาณน้ำตาลทรายในตลาดโลกลดลง.
วันอังคาร ที่ 08 ...
- Tuesday, September 8, 2009, 8:56
- ข่าวเศรษฐกิจ

ตราสารหนี้ดึง อปท.ขายพันธบัตรหาทุน
นายณัฐพล ชวลิตชีวิน กรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย เปิดเผยว่า สมาคมฯ อยู่ระหว่างประสานงานและให้ความรู้เพื่อดึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ขนาดใหญ่ เช่น กทม. พัทยา และภูเก็ต ระดมทุนด้วยการออกพันธบัตรมากขึ้น เพราะขณะนี้กฎหมายได้อนุญาตให้ อปท.สามารถออกพันธบัตรได้แล้ว อีกทั้งปัจจุบันอปท.ขนาดใหญ่ยังต้องการใช้เงินในการลงทุนจำนวนมาก เช่น โครงการสาธารณูปโภคและรถไฟฟ้าในกทม.เป็นต้น โดยแนวทางที่ อปท.จะใช้ชำระดอกเบี้ยและเงินต้น มี 2 รูปแบบคือ นำรายได้จาก ภาษีท้องถิ่นที่เก็บได้มาชำระ และนำรายได้จาก โครงการต่าง ๆ ที่จะลงทุนมาชำระ
ทั้งนี้ การออกพันธบัตรของ อปท.ต้องได้รับการอนุมัติจากกระทรวงการคลังก่อน ซึ่งอาจกำหนดหลักเกณฑ์ว่าองค์กรระดับใดจึง จะออกได้ เพื่อไม่ให้เป็นภาระของรัฐในอนาคต และป้องกันความเสี่ยงของนักลงทุน โดยเป็นไปได้ว่าอาจจะมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาพิจารณาคำขอออกพันธบัตรของ อปท.ที่เสนอมาเป็นครั้งว่าสมควรให้ออกหรือไม่ และจำนวนเท่าใด จึงคาดว่า อปท.จะเริ่มออกพันธบัตรได้ต้นปี 53 โดยขณะนี้ กทม. ได้ขอการจัดอันดับองค์กรไว้แล้ว โดยได้ที่ระดับเอเอ เป็นระดับที่น่าลงทุน.
วันอังคาร ที่ 08 กันยายน 2552 เวลา 7:02 น
หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
- Tuesday, September 8, 2009, 8:40
- ข่าวเศรษฐกิจ
กรณ์ จาติกวณิช ไฟเขียวขายแบงก์สคิบ
นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยว่า ตนได้ลงนามให้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินขายหุ้นธนาคาร นครหลวงไทย (สคิบ) แล้ว โดยคาดว่าจะส่งหนังสือให้ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ภายในวันที่ 7 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นไปตามข้อเสนอแนะที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ให้ความเห็นมา ขณะที่ตนเองไม่ได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมใด ๆ
นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธ์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ยังไม่เห็นหนังสือดังกล่าวจาก รมว.คลัง แต่หากเรื่องมาถึงตนเองแล้ว คาดว่าจะส่งกลับไปให้กองทุนฟื้นฟูฯ ได้และมั่นใจว่าจะทันในการประชุมคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูฯ เดือน ก.ย.นี้.
วันอังคาร ที่ 08 กันยายน 2552 เวลา 7:01 น
หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
- Tuesday, September 8, 2009, 8:38
- ข่าวเศรษฐกิจ

คลังปรับจีดีพีปี 52 ใหม่ติดลบ 3%
นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า สศค. จะปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยใหม่อีกครั้งสิ้นเดือนก.ย.นี้ หลังจากที่ผ่านมา สัญญาณการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจมีทิศทางที่ดีขึ้น และเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเชื่อว่าน่าจะยังเป็นรูปตัววีอยู่ ถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้นก่อนสิ้นเดือนนี้ การปรับประมาณการณ์ครั้งนี้น่าจะดีขึ้นกว่าเดิม โดยคาดว่า เศรษฐกิจไทยปี 52 น่าจะอยู่ใกล้เคียงกับติดลบ 3% เชื่อว่าเศรษฐกิจไม่หดตัวมากกว่านี้
ทั้งนี้ เมื่อเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา กระทรวงการคลัง คาดเศรษฐกิจไทยปี 52 จะหดตัว 3% หรือหดตัวระหว่าง 2.5-3.5% โดยเริ่มส่งสัญญาณการฟื้นตัวดีขึ้นจากจุดต่ำสุดในไตรมาสแรกที่ผ่านมาที่หด ตัว 7.1% จากปัจจัยสำคัญเรื่องการใช้จ่ายภาครัฐ ผ่านมาตรการฟื้นฟู เศรษฐกิจต่าง ๆ
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้กระทรวงการคลังได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจไทยปี 52 เป็นติดลบ 2-3% จากเดิมคาดโต 0-2% หลังเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า หดตัวมากกว่าที่คาดไว้ ภายหลังเกิดวิกฤติการเงินโลก แต่คาดว่า เศรษฐกิจไทยจะกลับมาเป็นบวกได้ในไตรมาส สุดท้ายของปีนี้ โดยมีปัจจัยสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง คือการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ที่ต้องเป็นไปตามเป้าหมาย เพื่อไม่ให้แรงกระตุ้นทางเศรษฐกิจชะลอตัวลง
ส่วนปัจจัยอื่น ๆ ขณะนี้มีความชัดเจนและเป็นสัญญาณบวกมากขึ้น ทั้งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ตลอดจนราคาน้ำมันซึ่งไม่ได้สูงมากอย่างที่เคยคาดการณ์ไว้ ส่วนเงินบาท มีเสถียรภาพและปรับตัวตามค่าเงินอื่น ๆ ในภูมิภาคได้มากขึ้น สำหรับปัจจัยการเมือง หากไม่แย่ไปกว่าที่เป็นอยู่ในขณะนี้ถือว่าอยู่ในระดับที่รับได้
นายสมชัย กล่าวว่า ขณะนี้สัญญาณเศรษฐกิจมีทิศทางในเชิงบวกต่อเนื่องแม้จะยังมีความเปราะบางที่ ...
- Tuesday, September 8, 2009, 8:30
- ข่าวเศรษฐกิจ

พณ.ทำโฆษณา หนุนใช้วัตถุดิบไทย
วันนี้ (7 ก.ย.) นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้เปิดตัวโครงการ ไทย ฟู้ด เมค ชัวร์ อิทส์ ไทย อินเกรเดียน หรือส่งเสริมสินค้าเกษตรร้านอาหารไทยในต่างประเทศ เพื่อกระตุ้นการส่งออกสินค้ากลุ่มอาหาร และเครื่องปรุงไทย ไปยังต่างประเทศมากขึ้น โดยจะมีการจัดทำภาพยนตร์โฆษณาเผยแพร่สื่อในต่างประเทศ เพื่อประชาสัมพันธ์เชิงรุกให้ร้านอาหารไทยในต่างประเทศ หันมาใช้วัตถุดิบไทยประกอบอาหารแทนวัตถุดิบทั่วไป เนื่องจากอาหารไทยเป็นอาหารที่มีรสชาติเฉพาะ และเป็นอาหารที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก ดังนั้น หากจะทำอาหารไทยให้ได้รสชาติ และมีคุณค่าทางโภชนาการที่แท้จริง จำเป็นต้องใช้วัตถุดิบจากไทยเท่านั้น
'โครงการนี้ถือเป็นการกระตุ้นสินค้าเกษตรไทย เพื่อตอกย้ำให้คนทั่วโลกรับรู้ถึงอาหารไทย และหันมาใช้วัตถุดิบไทยในการประกอบอาหารมากขึ้น เพราะที่ผ่านมา แม้จะมีร้านอาหารไทยในต่างแดนเกิดขึ้นมาก และมีคนทั่วโลกนิยมบริโภคอาหารไทย แต่มีคนจำนวนไม่น้อยที่ยังใช้วัตถุดิบที่ไม่ตรงกับสูตรปรุงอาหารไทยดั้งเดิม มาใช้ ซึ่งอาจทำให้รสชาติอาหารไทยผิดเพี้ยนไปจากเดิม และทำให้อาหารไทยเสียชื่อเสียงได้ ดังนั้น กระทรวงจึงต้องเข้าไปส่งเสริมการใช้ให้ถูกต้อง เพื่อให้รักษามาตรฐานอาหารไทย และเพื่อประโยชน์ต่อการส่งออก ซึ่งคาดว่า จะสามารถผลักดันสินค้าเกษตรส่งออกเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 5%' นางพรทิวา กล่าว.
วันจันทร์ ที่ 07 กันยายน 2552 เวลา 21:51 น
หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
- Monday, September 7, 2009, 7:25
- ข่าวเศรษฐกิจ
บี้แบงก์ปล่อยกู้
นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ในวันที่ 7 ก.ย.นี้ จะหารือแนวทางผลักดันให้สถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อ เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่อง และลดปัญหาหนี้เสียของผู้ประกอบการให้รัฐบาลพิจารณาอีกรอบ เนื่องจากปัจจุบันเอกชนไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ แม้รัฐบาลตั้งเป้าจะเพิ่มวงเงินปล่อยกู้ให้อีก 3 แสนล้านบาท แต่ทางปฏิบัติมีขั้นตอนปฏิบัติที่ยุ่งยากและซับซ้อน
“ยังหารือเรื่องการแก้กฎหมายศุลกากร ที่เกี่ยวกับการให้รางวัลนำจับให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน”
นายสมมาต ขุนเศษฐ รองเลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า กกร.จะจัดระดมความคิดเห็นระหว่างผู้แทนธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ภาคเอกชน และตัวแทนจากสถาบันการเงิน เพื่อช่วยลดปัญหาการเกิดหนี้เสียการปล่อยสินเชื่อ.
วันจันทร์ ที่ 07 กันยายน 2552 เวลา 0:00 น
หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
- Monday, September 7, 2009, 7:21
- ข่าวเศรษฐกิจ

คลังตั้งแท่นขรก.ซี 10 เข้าครม.
กรณ์ยันทุกตำแหน่งอธิบายได้
นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยว่า วันที่ 8 ก.ย.นี้ กระทรวงการคลังจะเสนอรายชื่อข้าราชการระดับ 10 ที่จะเข้ารับตำแหน่ง แทนข้าราชการที่เกษียณอายุให้ที่ประชุมครม. พิจารณาเห็นชอบ โดยระดับ 10 จะว่างลงถึง 4 ตำแหน่ง คือ อธิบดีกรมสรรพสามิต อธิบดีกรมศุลกากร อธิบดีกรมบัญชีกลาง รองปลัดกระทรวงการคลัง และผู้ตรวจราชการ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อได้ เพราะต้องรายงาน ครม.ก่อน ทั้งนี้สัญญาณที่ส่งออกไปชัดเจนว่าตราบใดที่ตั้งใจทำงานจะมีความก้าวหน้า ด้านอาชีพ และทุกตำแหน่งต้องอธิบายได้
“ที่ผ่านมาในกระทรวงไม่มีการวิ่งเต้น แต่ยอมรับว่ามีคนฝากฝังบ้าง ซึ่งรายชื่อที่ออกไปยากที่จะสมบูรณ์ แต่หากมองออกไปแล้วภาพจะต้องเป็นบวก เพราะขณะนี้มีข้อจำกัดด้านบุคคล แต่จะทำให้ดีที่สุด ภายใต้เงื่อนไขที่มี โดยกำลังวางระบบที่จะให้เวียนงานในกระทรวงทุก 2 ปี เพื่อให้เรียนรู้งานทุกระดับ เช่น คนในกรมจัดเก็บจะได้เรียนรู้ด้านนโยบาย จะได้ไม่มีข้อจำกัด โอกาสที่จะขึ้นเป็นปลัดกระทรวงก็มีมากขึ้น เพราะคนที่จะเป็นปลัดต้องรอบรู้ และยังต้องการให้ข้าราชการมีความเป็นคลังมากขึ้น
ขณะนี้งานของกระทรวงหนักทุกส่วน เพราะยังมีกฎหมายหลายฉบับที่จะออกมาบังคับใช้ ซึ่งได้มอบหมายให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ช่วยคิด และสศค.ถือว่าเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญมาตั้งแต่การจัดตั้งแล้ว แต่ต้องขึ้นกับรัฐมนตรีจะใช้งานมากน้อยแค่ไหนด้วย ซึ่งในยุคนี้จะใช้สศค.เป็นหน่วยงานหลัก ขณะที่สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ยังสำคัญมากในภาวะที่รัฐบาลมีเป้าหมายกู้ยืม 1.56 ล้านล้านบาทใน 3 ปีข้างหน้า ทั้งการกู้เงินเพื่อชดเชยการคลังและกู้เงินตาม พ.ร.ก. และพ.ร.บ.จึงถือว่าการบริหารหนี้สำคัญต่อประเทศมาก
ขณะที่กรมจัดเก็บทั้ง 3 ...
- Monday, September 7, 2009, 7:18
- ข่าวเศรษฐกิจ

รุมขย้ำงบฯ ครีเอทีฟไทยแลนด์
ผ่าน 5 วันดันยอดพุ่งพรวด 4 หมื่นล้าน อัดยับส่งโครงการห่วยขอรัฐสนับสนุน
รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์เปิดเผยว่า หลังจากรัฐบาลได้เปิดตัวโครงการเมืองไทย เมืองนักคิด (ครีเอทีฟ ไทยแลนด์) และจัดสรรงบกระตุ้นเศรษฐกิจตามแผนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ 2 วงเงิน 20,130 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นเงินกองทุนสำหรับการขับเคลื่อนให้กับอุตสาหกรรมนำร่อง 15 อุตสาหกรรม ปรากฏว่าในระยะเวลาเพียง 5 วัน ตั้งแต่ 31 ส.ค.-4 ก.ย. มีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนได้เสนอโครงการเข้ามาขอใช้เงินเป็นจำนวนมาก จนล่าสุดมีวงเงินขอสนับสนุนสูงถึง 40,000 ล้านบาทแล้ว สูงกว่างบประมาณที่รัฐบาลตั้งไว้ถึง 2 เท่าตัว
ทั้งนี้เป็นที่น่าแปลกใจว่าการเสนอขอโครงการส่วนใหญ่ มีทั้งโครงการที่ตรงตามวัตถุประสงค์ และนอกวัตถุประสงค์ ยกตัวอย่างเช่น โครงการผลิตกุนเชียงไร้ไขมัน ได้มีการเสนอขอใช้โครงการนี้ด้วย ทั้งที่จริงควรไปขอใช้เงินสนับสนุนจากหน่วยงานอื่น เช่น สินเชื่อจากธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) เนื่องจากการพิจารณาอนุมัติโครงการของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ (สศช.) ยังไม่มีการกำหนดกรอบและหลักเกณฑ์ในการพิจารณาที่ชัดเจนว่า เศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์คืออะไรบ้าง ทำให้ทุกคนต่างพุ่งเป้าหมายเพื่อขอใช้เงินก้อนนี้กันอย่างเต็มที่
แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า โครงการนี้เป็นหนึ่งในโครงการไทยเข้มแข็ง ที่รัฐบาลมีแผนดำเนินการ เพื่อใช้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจแนวใหม่ที่จะให้คนไทยที่มีความคิดสร้างสรรค์ เข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยรัฐบาลจะเข้าไปให้ความช่วยเหลือตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เพื่อผลักดันให้เกิดเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ใหม่ และสร้างมูลค่าเพิ่มขึ้นมา เพราะเศรษฐกิจยุคใหม่ จะต้องใช้ภูมิปัญญาเข้าไปช่วยในการพัฒนาสินค้าและบริการ เพื่อให้สินค้าและบริการแข่งขันในตลาดโลกได้
ทั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้ ทุกภาคส่วนของประเทศที่มีแนวคิดสร้างสรรค์ มีความพยายามในการปรับปรุง พัฒนาอุตสาหกรรมของตัวเอง สามารถเสนอโครงการเพื่อขอ ...
- Monday, September 7, 2009, 7:14
- ข่าวเศรษฐกิจ

เอกชนผวาการเมืองฉุดเศรษฐกิจซ้ำรอย
นางอมรา ศรีพยัคฆ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจในประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า จากการสอบถามผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดใหญ่จำนวน 526 รายคิดเป็นสัดส่วน 60.8% เกี่ยวกับข้อจำกัดในการทำธุรกิจในเดือน ก.ค.ที่ผ่านมาพบว่า อันดับแรกคือความไม่แน่นอนเกี่ยวกับเศรษฐกิจ อันดับสองคือการปรับราคาสินค้าทำได้ยาก และอันดับสามคือความไม่แน่นอนทางการเมือง จากเดิมในเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา อยู่อันดับที่ 4 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าปัญหาทางการเมืองเริ่มกลับมามีความสำคัญอีกครั้ง นอกจากนี้เห็นว่าความต้องการของตลาดในประเทศยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ เนื่องจากผู้บริโภคยังระมัดระวังการใช้จ่ายส่งผลให้ผู้ผลิตมีการแข่งขันกัน มากขึ้น ด้วยการลดราคาสินค้าเพื่อแย่งส่วนแบ่งตลาด
สำหรับภาวะการเงิน และสภาพคล่องของผู้ประกอบการพบว่า มีแนวโน้มดีขึ้น ทั้งจากภาวะดอกเบี้ยที่ทรงตัวเมื่อเทียบกับเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา และผู้ประกอบการได้รับเครดิตจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้น ขณะที่การให้เครดิตกับลูกค้ายังมีสัดส่วนที่ลดลงตามภาวะเศรษฐกิจ ส่วนแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในอีก 3 เดือนข้างหน้าผู้ประกอบการสัดส่วน 16.5% คาดว่ามีแนวโน้มสูงขึ้น และจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อฐานะการเงินของผู้ประกอบการในอนาคต ขณะที่ด้านอัตราแลกเปลี่ยนผู้ประกอบการ 48% คาดว่าในอีก 3 เดือนข้างหน้าจะมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น
ทั้งนี้เห็นว่าภาวะธุรกิจโดยรวมในเดือน ก.ค. ยังอ่อนตัว เห็นได้จากดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจอยู่ที่ระดับ 45 จากเดิมอยู่ระดับ 46.3 ซึ่งต่ำกว่าระดับ 50 เป็นผลมาจากแรงกดดันด้านต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมันที่ สูงขึ้น แต่ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจในอีก 3 เดือนข้างหน้าปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 51.3 ซึ่งสูงกว่าระดับ 50 ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 โดยเป็นการเพิ่มขึ้นขององค์ประกอบเกือบทุกด้าน ยกเว้นแรงกดดันด้านต้นทุนการผลิตที่สูง ส่วนดัชนีการผลิตใน 3 เดือนข้างหน้าเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ ...
- Monday, September 7, 2009, 7:11
- ข่าวเศรษฐกิจ
กองทุน เอฟไอเอฟ ฮอตเกาหลีนำ
บลจ.แห่ออกมูลค่าเพิ่ม 158,000 ล.
รายงานข่าวจากสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (สมาคมบลจ.) เปิดเผยว่า ในเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา บลจ.แต่ละแห่งนิยมออกกองทุนที่มีนโยบายลงทุนในต่างประเทศ (เอฟไอเอฟ) กันมากขึ้น เนื่องจากคาดว่าจะได้รับอัตราผลตอบแทนที่ดีกว่าการออกกองทุนที่ลงทุนใน ประเทศ โดย ณ วันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา มีการออกกองทุนเอฟไอเอฟ รวมทั้งสิ้น 396 กองทุน หรือมีสัดส่วน 26.16% ของตลาดกองทุนรวมทั้งหมด ซึ่งมีมูลค่ารวม 455,859 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31 กองทุน หรือมูลค่า 20,893 ล้านบาท เมื่อเทียบกับวันที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมา ที่มีการออกทั้งสิ้น 365 กองทุน หรือมีสัดส่วน 24.7% ของตลาดกองทุนรวม และมีมูลค่า 434,966 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบวันที่ 30 ธ.ค. 51 พบว่า มีการออกกองทุนเพิ่มขึ้นถึง 117 กองทุน หรือ 158,834 ล้านบาท จากเดิมอยู่ที่ 279 กองทุน มูลค่ารวม 297,025 ล้านบาท หรือมีสัดส่วน ...
- Monday, September 7, 2009, 7:08
- ข่าวเศรษฐกิจ

เตรียมโปรโมต พร้อมมิตรสตูดิโอ
ถ่ายหนังตำนานสมเด็จพระนเรศวร
นายคุณากร เศรษฐี กรรมการผู้จัดการ บริษัท พร้อมมิตร โปรดักชั่น จำกัด ผู้ผลิตภาพยนตร์ตำนานสมเด็จพระนเรศวร เปิดเผยว่า ในปีหน้าบริษัทมีแผนดึงบริษัท 124 คอมมิวเนเคชั่นส จำกัด (มหาชน) เข้าไปช่วยดำเนินการประชาสัมพันธ์ พร้อมมิตรฟิล์ม สตูดิโอ ซึ่งเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ “ตำนานสมเด็จพระนเรศวร” ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของ จ.กาญจนบุรี เพื่อกระตุ้นให้คนไทยเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวมากขึ้น โดยตั้งเป้าหมายจะดึงนักท่องเที่ยวเข้าจังหวัดกาญจนบุรีเพิ่มขึ้น 50,000 คนต่อเดือน จากปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไปชมสถานที่ถ่ายทำประมาณ 30,000 คนต่อเดือน โดยคิดค่าบัตรเข้าชมผู้ใหญ่ 100 บาท และเด็ก 50 บาท
สำหรับพร้อมมิตรฟิล์ม สตูดิโอ ได้ถูกพัฒนาจากสภาพสถานที่ว่างเปล่ากว่า 2,000 ไร่ ของกองพลทหารราบที่ ๙ ค่ายสุรสีห์ จ.กาญจนบุรี โดยบริษัทได้เนรมิตรสร้างฉากต่าง ๆ ด้วยระยะเวลานานถึง 4 ปี พร้อมทั้งการศึกษาค้นคว้าข้อมูลอย่างพิถีพิถัน เพื่อรองรับการถ่ายภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่ และจัดโปรโมตสถานที่อย่างจริงจัง เพื่อช่วยเสริมรายได้ให้กับบริษัท
ทั้งนี้ในปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างเร่งถ่ายทำภาพยนตร์ตำนานสมเด็จพระนเรศวร ภาค 3 และ 4 เพื่อให้สามารถออกฉายปี 53 ซึ่งภาพยนตร์ดังกล่าว บริษัทใช้งบลงทุนในการสร้างกว่า 500 ล้านบาท และหากภาพยนตร์ออกฉายคาดว่าจะทำรายได้มากกว่า 500 ล้านบาทอย่างแน่นอน ...
- Monday, September 7, 2009, 7:05
- ข่าวเศรษฐกิจ

จี้รัฐบาลเร่งดูแลหนี้นอกระบบ
แฉนายทุนแสบปล่อยกู้ต่างถิ่น ชี้ให้แหล่งเงินเข้าถึงประชาชน
รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า แม้ว่าขณะนี้รัฐบาลจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ 2 ออกมาแล้ว รวมถึงมีโครงการสินเชื่อฟาสต์แทร็ค ที่ให้ธนาคารทุกแห่งของรัฐเร่งปล่อยสินเชื่อให้มากขึ้น แต่กระทรวงการคลังยังคงเป็นห่วงเรื่องหนี้สินภาคประชาชนที่ยังมีแนวโน้ม เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ดีขึ้นอย่างชัดเจน เนื่องจากเห็นว่าเงินที่ใส่ลงมาในระบบนั้นยังคงไม่ลงไปถึงประชาชนระดับฐาน รากอย่างแท้จริง
สะท้อนได้จากปัจจุบันที่มีข่าวเกี่ยวกับประชาชนต้องพึ่งพาเงินกู้นอกระบบ อยู่มาก และประสบปัญหาถูกเจ้าหนี้ทวงถามด้วยวิธีการโหดร้ายเพิ่มขึ้นทุกวัน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าประชาชน ในระดับฐานรากยังเข้าไม่ถึงแหล่งเงินในระบบสถาบันการเงิน อีกทั้งปัจจุบันยิ่งน่าเป็นห่วงมากขึ้น เพราะมีกระบวนการนายทุนเข้าไปเปิดให้บริการเงินกู้นอกระบบตามพื้นที่ต่าง ๆ จำนวนมาก และได้ตั้งหน่วยทวงหนี้ไว้สำหรับติดตามทวงหนี้ จนทำให้ประชาชนไม่ทราบว่า ใครคือเจ้าหนี้ที่แท้จริง จากในอดีตที่เจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบแต่ละรายนั้นจะมีทำธุรกิจเฉพาะแต่ใน พื้นที่ของตัวเองเท่านั้น และหลายรายที่เป็นผู้มีอิทธิพล ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถเข้าไปจัดการอย่างเด็ดขาดได้ จึงเป็นปัญหาทางสังคมที่วนอยู่แบบนี้
ทั้งนี้ต้องการให้รัฐบาลมองประเด็นว่าจะทำอย่างไร เพื่อให้ประชาชนมีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินในระบบได้อย่างแท้จริง เพราะปัจจุบันนี้การทำธุรกิจ การซื้อขายสินค้าแทบทุกชนิด ล้วนผ่านระบบสถาบันการเงินแทบทั้งสิ้น ทั้งผ่อนบ้าน ผ่อนรถ หรือสินค้าต่าง ๆ แต่ปัจจุบันยังมีช่องว่างที่ทำให้คนเหล่านี้เข้าไม่ถึงแหล่งเงินในระบบ จึงต้องเสียเปรียบคนบางกลุ่ม ทั้งนี้อาจให้ธนาคารของรัฐผ่อนปรนเงื่อนไขให้คนกลุ่มนี้ ดีกว่าที่จะเข้มงวดแล้วกลายเป็นการผลักดันให้เขาหันไปพึ่งเงินกู้นอกระบบ
“การที่เปิดโอกาสให้คนรากหญ้าเข้าถึงแหล่งเงินในระบบสถาบันการเงินนั้น นอกจากเป็นการพัฒนาศักยภาพของคนในอีกทางหนึ่งด้วย เพราะเขาจะต้องรับผิดชอบในการชำระหนี้สิน และต้องมีระเบียบวินัยในการใช้จ่ายเงิน อีกทั้งยังทำให้รัฐเข้าถึงแหล่งข้อมูลที่สำคัญด้วย เพื่อจะได้แก้ปัญหาได้ตรงจุดมากขึ้น ไม่ใช่ช่วยเหลือแต่ภาคเกษตรกรและภาคแรงงานเท่านั้น โดยนอกจากให้ธนาคารของรัฐผ่อนปรนเงื่อนไขการกู้ยืมแล้ว อาจให้เข้าไปเจรจากับโรงงานต่าง ๆ เพื่อเปิดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับพนักงาน เป็นต้น”
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าเงื่อนไขดังกล่าวนี้ ธนาคารของรัฐอาจจะเข้าไปดำเนินการได้ไม่สะดวกนัก เนื่องจากติดเงื่อนไขต่าง ๆ จากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ยังคงเข้มงวดอยู่ หากธนาคารเข้าไปดำเนินการเองอาจถูกเพ่งเล็งได้ ดังนั้นอาจต้องให้กระทรวงการคลังมีนโยบายออกมาเพื่อรองรับการทำธุรกรรมเหล่า นี้ในลักษณะเดียวกันกับสินเชื่อฟาสต์แทร็คที่ให้ธนาคารรัฐแยกบัญชีการช่วย เหลือเชิงสังคม (พีเอสเอ) ออกจากการดำเนินธุรกิจปกติได้ ...
- Monday, September 7, 2009, 7:02
- ข่าวเศรษฐกิจ

ปลื้มเปลี่ยนเครื่องเที่ยวไทยเพิ่ม
นายสุรพล ศรีตระกูล นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยว่า เดือน ส.ค.ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวต่างชาติที่รอเปลี่ยนเครื่องบินในไทย มาเที่ยวตามโครงการสร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวเดินทางระหว่างประเทศ (ทรานเฟอร์ พาสเซนเจอร์) 586 คน เพิ่มขึ้น 10.77% จากเดือน ก.ค. ส่งผลให้ 3 เดือนที่เปิดโครงการ (มิ.ย.-ส.ค.) มีผู้ร่วมโครง การแล้ว 1,414 คน ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าพอใจ เพราะสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ว่า ต้องการให้มีนักท่องเที่ยวร่วมโครงการเดือนละ 300 คน ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการบินไทย และสายการบินอื่น ช่วยประกาศให้ผู้โดยสารทราบบนเครื่องบิน ก่อนที่จะจอดที่สนามบินสุวรรณภูมิ ว่าไทยมีโครงการแบบนี้ ทำให้นักท่องเที่ยวมีเวลาตัดสินใจเลือก โปรแกรมมาเที่ยว
สำหรับโปรแกรมท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมที่สุดจากทั้งหมด 15 โปรแกรม คือ เที่ยว วัดพระแก้ว วัง และชอปปิง เนื่องจากเป็นรูปแบบการท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของเมืองไทยอยู่แล้ว ขณะที่บางโปรแกรมยังไม่มีนักท่องเที่ยวตัดสินใจไปเที่ยวเลย แต่แอตต้าจะเก็บโปรแกรมท่องเที่ยวเหล่านี้ไว้เช่นเดิม ไม่ยกเลิก เพราะเห็นว่าเป็นโปรแกรมที่น่าสนใจ เพียงแต่นักท่องเที่ยวยังไม่รู้จัก หรือนักท่องเที่ยวอาจมีเวลารอเปลี่ยนเครื่องบินจำกัด แต่เส้นทางในโปรแกรมต้องใช้เวลามาก ทำให้นักท่องเที่ยวไปไม่ได้
ทั้งนี้อยากให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนโครงการนี้ช่วยประชาสัมพันธ์โครงการ ให้เข้าถึงสื่อในต่างประเทศมากขึ้น เพื่อให้คนทั่วโลกรับทราบว่า ไทยมีโครงการแบบนี้ หากต้องใช้บริการเครื่องบิน โดยแวะมาเปลี่ยนเครื่องบินในไทย จะได้ใช้บริการ
สำหรับสถานการณ์ท่องเที่ยว ตั้งแต่เดือน ม.ค.-ส.ค. มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาผ่านบริษัทนำเที่ยวที่เป็นสมาชิกแอ ตต้า ...
- Monday, September 7, 2009, 6:59
- ข่าวเศรษฐกิจ

ซีพีแลนด์ปรับแผนหันฮุบโรงแรม
นายสุนทร อรุณานนท์ชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มธุรกิจพัฒนาที่ดิน บริษัท ซี.พี.แลนด์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับแผนการก่อสร้างโรงแรมใหม่ 3-4 แห่ง เป็นการเข้าไปซื้อกิจการแทน เนื่องจากเศรษฐกิจยังคงชะลอตัวจึงไม่เหมาะสมที่จะเข้าไปลงทุนเอง โดยการเข้าไปซื้อกิจการจะได้ต้นทุนถูกกว่าเกือบครึ่งและความเสี่ยงน้อยและ ต้องการทำโรงแรมดีแต่ขายราคาถูกหากลงทุนก่อสร้างโรงแรมเองอาจจะขายห้องพักใน ราคาถูกไม่ได้
สำหรับรูปแบบของโรงแรมที่บริษัทต้องการเข้าไปซื้อกิจการคือ รีสอร์ทริมชายหาดระดับ 4 ดาวขึ้นไป เนื่องจากเป็นทำเลที่มีศักยภาพ และสามารถขายห้องพักในราคาถูกได้ ถ้าหากทำได้ก็จะสามารถขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้นได้ โดยขณะนี้ความคืบหน้าของการเข้าซื้อกิจการโรงแรมอยู่ระหว่างการเจรจาคาดว่า จะได้ข้อสรุปในเร็ว ๆ นี้ โดยปัจจุบันบริษัทมีโรงแรมที่ดำเนินธุรกิจอยู่ 1 แห่งคือ โรงแรมแกรนด์ เมอร์เคียว ฟอร์จูน กรุงเทพฯ โดยได้ทุ่มงบ 100 ล้านบาท ปรับปรุงห้องพัก คาดว่าปลายปีนี้การปรับปรุงน่าจะแล้วเสร็จเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวช่วงไฮซี ซั่น
ส่วนผลการดำเนินงานของโรงแรมแกรนด์ เมอร์เคียวฯ ในช่วง 7 เดือนแรกของปี มีอัตราการเข้าพักอยู่ที่ 65% ต่ำกว่าปกติ ที่มีอัตราการเข้าพัก 80-90% เนื่องจากนักท่องเที่ยวยังชะลอการเข้ามาท่องเที่ยวในไทย ดังนั้นบริษัทจึงต้องลดราคาห้องพักและค่าอาหาร เพื่อกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวและลูกค้าเข้ามาใช้บริการ โดยคาดว่าในสิ้นปีนี้ยอดอัตราการเข้าพักของโรงแรมอยู่ที่ 65-75% หรือมีรายได้อยู่ที่ 100 ล้านบาท ต่ำกว่าทุกปีที่ผ่านมา ที่มีรายได้อยู่ที่ 200 ล้านบาท.
วันจันทร์ ที่ 07 กันยายน 2552 เวลา ...
- Wednesday, July 22, 2009, 6:08
- ข่าวต่างประเทศ, ข่าวเศรษฐกิจ
หุ้นสหรัฐยังปรับเพิ่ม เฟดส่งซิก เศรษฐกิจจะฟื้นตัว
ตลาดหุ้นสหรัฐยังปรับเพิ่มต่อเนื่อง ส่วนราคาน้ำมันดิบเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 65 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล ขณะที่ ราคาทองคำตลาดนิวยอร์ก ปิดที่ 946.60 ดอลลาร์สหรัฐฯ/ออนซ์ ลดลง 1.90 ดอลลาร์สหรัฐฯ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันนี้ (22 ก.ค.) ว่า ปิดการซื้อขายตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกา เมื่อวันอังคาร ดัชนีเคลื่อนไหวในแดนลบในช่วงแรก เนื่องจากนักลงทุนผิดหวังที่รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ของดูปองต์ และเมิร์ค ไม่เป็นไปตามเป้า แต่มีแรงซื้อกลับเข้ามาหลังผลประกอบการของแคเทอร์พิลลาร์ออกมาน่าพอใจ รวมถึงการคาดการณ์ของธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา หรือเฟด ที่ระบุว่าเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาจะส่งสัญญาณฟื้นตัว ด้านราคาน้ำมันดิบตลาดไนเม็กซ์ ปรับเพิ่ม 74 เซนต์ ไปปิดที่ระดับ 64.72 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล ทำให้หลังปิดตลาด ดัชนีดาวโจนส์ ปิดที่ 8,915.94 จุด เพิ่มขึ้น 67.79 จุด หรือ 0.77% ดัชนีแนสแดค ปิดที่ 1,916.20 จุด ขยับขึ้น 6.91 จุด หรือ 0.36% ดัชนีเอสแอนด์พี ปิดที่ 954.58 จุด เพิ่มขึ้น 3.45 จุด หรือ 0.36%
ด้าน ตลาดหุ้นสำคัญของยุโรป ...