ข่าวเศรษฐกิจ

Page 1 of 212

บีบโรงงาน 1.2 แสนแห่งช่วยดูแลสังคมคู่ลงทุน

บีบโรงงาน 1.2 แสนแห่งช่วยดูแลสังคมคู่ลงทุน
บีบโรงงาน 1.2 แสนแห่งช่วยดูแลสังคมคู่ลงทุน นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม เปิดเผยในงานเสวนาวิชาการ “กรมโรงงานอุตสาหกรรมกับการพัฒนาที่ยั่งยืน” ว่า กรมฯจะเร่งส่งเสริมให้โรงงาน 1.2 แสนแห่งทั่วประเทศรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น โดยการดูแลสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชุมชนควบคู่กับการลงทุน  ขณะที่ภาครัฐจะสนับสนุนให้นำเทคโนโลยีสะอาดสู่ภาคอุตสาหกรรม พร้อมทั้งพัฒนาระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมสำหรับโรงงานเอสเอ็มอี เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมในระดับมาตรฐานสากล ส่วนความคืบหน้าร่างประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องการพิจารณาอนุมัติโครงการเกี่ยวกับอุตสาหกรรมที่อาจก่อผลกระทบต่อ ชุมชนอย่างร้ายแรงทั้งด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพตามรัฐธรรมนูญมาตรา 67 นั้น ได้ออกใบอนุญาตประกอบกิจการและขยายโรงงานแล้ว 10 โครงการเพราะไม่เข้าข่ายมีผลกระทบร้ายแรงต่อชุมชน ส่วน 3 โครงการที่เหลือ เกี่ยวกับโรงไฟฟ้ากำลังการผลิตกว่า 500 เมกะวัตต์ ได้ส่งผลให้คณะกรรมการกำกับกิจการไฟฟ้า (เรกูเลเตอร์) พิจารณาต่อไป นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ภาคเอกชนอยู่ระหว่างรอกระทรวงอุตสาหกรรมลงนามประกาศกฎกระทรวงเรื่องการ พิจารณาอนุญาตโครงการเกี่ยวกับอุตสาหกรรมที่อาจก่อผลกระทบต่อชุมชนอย่าง รุนแรง เพราะหากล่าช้าจะเสียโอกาสการลงทุนในไทย. วันอังคาร ที่ 08 กันยายน 2552 เวลา 7:09 น หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

ขอเพิ่มวงเงินสถานี – อุโมงค์รถไฟฟ้า คมนาคมดันเข้าครม.อนุมัติ

ขอเพิ่มวงเงินสถานี - อุโมงค์รถไฟฟ้า คมนาคมดันเข้าครม.อนุมัติ
ขอเพิ่มวงเงินสถานี - อุโมงค์รถไฟฟ้า คมนาคมดันเข้าครม.อนุมัติ รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมได้เสนอให้ที่ประชุมครม.วันที่ 8 ก.ย.นี้ พิจารณาเห็นชอบปรับเพิ่มวงเงินค่าก่อสร้างตัวอาคารสถานีและอุโมงค์รถไฟใต้ อาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จากเดิม 4,082 ล้านบาท เป็น 4,111 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นอีก 28.52 ล้านบาท จากเดิมที่ประชุมครม.เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. 47 ได้เห็นชอบไว้ก่อนหน้านี้ และขอความเห็นชอบให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กู้เงิน  4,754 ล้านบาท เพื่อจ่ายคืนค่าก่อสร้างอาคารสถานีและอุโมงค์รถไฟ ใต้อาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิรวมดอกเบี้ยให้กับ บมจ. ท่าอากาศยานไทย (ทอท.) นอกจากนี้จะเสนอให้รฟท.รับผิดชอบบริหารจัดการพื้นที่อาคารสถานีและอุโมงค์ รถไฟใต้อาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิทั้งบริเวณพื้น  ที่ที่ใช้ในการเดินรถไฟและพื้นที่เชิงพาณิชย์ทั้งหมดแทนการจัดตั้งบริษัทลูก ที่จะตั้งขึ้น โดยเปิดโอกาสให้ผู้สนใจเข้ารับการคัดเลือกเป็นผู้บริหารพื้นที่เชิงพาณิชย์ ของอาคารสถานีและอุโมงค์รถไฟใต้อาคารผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิในเชิง พาณิชย์เป็นการทั่วไป โดยกระทรวงคมนาคม รายงานว่าได้ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหารือการเรียกคืนเงินลงทุนก่อ สร้างอาคารสถานีและอุโมงค์รถไฟใต้อาคารฯ จนได้ข้อยุติเห็นชอบร่วมกันว่าวงเงินค่าก่อสร้างที่ รฟท. จะชำระคืนให้ ทอท. เป็นเงิน 3,842 ล้านบาท ภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% จำนวน 268 ล้านบาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 4,111 ล้านบาท อย่างไรก็ตามจากการประชุมอีกครั้งหนึ่ง สบน. มีข้อสังเกตว่า อาจพิจารณาแนวทางการเจรจาให้ ทอท. นำดอกเบี้ยจ่ายที่จะเรียกเก็บ รฟท. มาแลกเปลี่ยนเป็นสิทธิหรือค่าธรรมเนียมในการขอเข้าใช้พื้นที่เพื่อบริหาร ...

ธ.ก.ส.กลัวหัวขาดเชียร์ประกันราคาสินค้า

ธ.ก.ส.กลัวหัวขาดเชียร์ประกันราคาสินค้า
ธ.ก.ส.กลัวหัวขาดเชียร์ประกันราคาสินค้า นายเอ็นนู ซื่อสุวรรณ รักษาการผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร  (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า การประกันราคาพืชผล ทางการเกษตรนั้น ธ.ก.ส. คาดว่า จะใช้เงินชดเชยจากงบประมาณโครงการไทยเข้มแข็ง รวม 43,000 ล้านบาท แบ่งเป็น ชดเชยในส่วนของข้าวโพด และ มันสำปะหลัง 18,000 ล้านบาท ข้าว 6 ชนิด วงเงิน 25,000 ล้านบาท โดยกำหนดปริมาณในการรับประกันข้าวโพดและข้าว ไว้ไม่เกินครัวเรือนละ 20 ตัน ส่วนมันสำปะหลังไม่เกิน 100 ตันและจะประกาศราคาตลาดอ้างอิงสำหรับการประกันราคาพืชผลทางการเกษตร  ทุก ๆ วันที่ 1 และ วันที่ 16 ของเดือน เพื่อให้เป็นไปตามกลไกราคาตลาดอย่างแท้จริง คาดว่าจะมีเกษตรกรได้รับประโยชน์จากโครงการดังกล่าวกว่า 4,500,000 ราย ทั้งนี้จากการประกาศราคาประกันข้าวโพดในราคากิโลกรัมละ 7.10 บาท แต่ราคาในตลาดเมื่อวันที่ 14 ส.ค.ที่ผ่านมา อยู่ที่ 5.59 บาท และราคาวันที่ 1 ก.ย.ที่ 5.41 บาทนั้น ทำให้รัฐบาลต้องชดเชยให้เกษตรกรเกือบกิโลกรัมละ 2 บาท แต่หากรับจำนำเหมือนปีที่ผ่านมา รัฐต้องใช้เงินรับจำนำถึงกิโลกรัมละ 8.10 บาท ดังนั้นเห็นได้ชัดว่า ...

ศุลกากรตั้งคลินิกแนะนำภาษี ฝันดันรายได้ปีหน้าเพิ่มขึ้น 10%

ศุลกากรตั้งคลินิกแนะนำภาษี ฝันดันรายได้ปีหน้าเพิ่มขึ้น 10%
ศุลกากรตั้งคลินิกแนะนำภาษี ฝันดันรายได้ปีหน้าเพิ่มขึ้น 10% นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังประเมินว่าในปีงบประมาณ 52 นี้ กรมศุลกากรจะจัดเก็บรายได้ต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ 100,000 ล้านบาท ไป 20% เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวทำให้ผู้ประกอบการนำเข้าส่งออกสินค้าลดน้อย ลง ส่งผลให้จัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) จากการนำเข้าลดลงตามไปด้วย แต่ทั้งนี้กรมศุลกากรได้ปฏิรูปองค์กรใหม่ ด้วยการปรับเปลี่ยนบทบาทจากผู้จัดเก็บภาษีเพียงอย่างเดียวมาเป็นผู้อำนวย ความ  สะดวกทางการค้า พร้อมทั้งได้เปิดตัวคลินิกศุลกากร ซึ่งถือเป็นก้าวแรกของแผนปฏิรูปกรมศุลกากร  เชื่อว่าจะทำให้ในปีงบประมาณ 53 จะจัดเก็บรายได้ได้เพิ่มขึ้นอีก 10-15% จากการเปิดคลินิกศุลกากร เพื่อเพิ่มความสะดวกทางการค้าระหว่างประเทศ อีกทั้งช่วยแก้ปัญหาและส่งเสริมการทำงานกับภาคเอกชนผู้ประกอบการนำเข้า ส่งออกเมื่อปลายเดือนส.ค.ที่ผ่านมา พบว่าขณะนี้มีผู้ประกอบการสนใจสอบถามมาแล้วกว่า 171 เรื่อง ซึ่งเน้นหนักในเรื่องพิธีการศุลกากร พิกัดอัตราศุลกากร ราคา และของต้องห้ามต้องจำกัด ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตอบไปแล้ว 145 เรื่อง โดยหากเป็นคำถามเรื่องทั่วไปจะตอบได้ใน 3 วัน กรณีปัญหาการปฏิบัติงานจะตอบกลับใน 5 วัน แต่หากถามถึงพิกัดอัตราศุลกากรและวิธีการคำนวณราคาศุลกากรจะตอบได้ภายใน 60 วัน ซึ่งส่วนหนึ่งสามารถแก้ปัญหาที่เป็นอุปสรรคต่อการค้าได้ นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า คำตอบจากคลินิกศุลกากรหากเป็นที่สิ้นสุด หมายถึงผ่านการหารือข้อกฎหมายและความเห็นของผู้บริหารแล้ว และจะนำลงในเว็บไซต์ศุลกากรที่ www.custom.go.th ซึ่งถือเป็นมาตรฐานแนวทางปฏิบัติศุลกากรได้ทันที ทั้งนี้คำตอบดังกล่าวไม่ได้ผูกพันตามกฎหมาย แต่คาดว่าจะช่วยลดช่องว่าง ลดภาระ ลดงานที่เคยเป็นอุปสรรคระหว่างกรมและภาคเอกชนได้ นายยรรยง ตั้งจิตต์กุล ...

แฟชั่นไอส์แลนด์ปรับโฉม

แฟชั่นไอส์แลนด์ปรับโฉม
แฟชั่นไอส์แลนด์ปรับโฉม นายประเสริฐ ศรีอุฬารพงศ์ กรรมการบริหาร บริษัท สยาม รีเทล ดีเวลล็อปเม้นท์ จำกัด ผู้บริหารศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ เปิดเผยว่า บริษัทใช้ทุ่มงบ 600 ล้านบาท ปรับภาพลักษณ์ใหม่ของศูนย์การค้าครั้งใหญ่รอบ 13 ปี ภายใต้แนวคิด เดอะ จอย ออฟ ช้อปปิง เพื่อให้มีความทันสมัย และมีสินค้าครบครันตามความต้องการผู้บริโภค จับกลุ่มเป้าหมายชุมชนที่พักอาศัยในพื้นที่รัศมีโดยรอบ 10 กม. คาดว่าจะดึงดูดกลุ่มลูกค้า ให้เข้ามาใช้บริการในศูนย์การค้าเพิ่มขึ้น 10% จากปัจจุบัน มียอดลูกค้าเข้ามาใช้บริการในวันธรรมดา 60,000 คน และวันหยุดกว่า 80,000 คน สำหรับงบลงทุนดังกล่าวแบ่งเป็น 400 ล้านบาท เพื่อปรับโฉมภายในศูนย์การค้าภายให้เสร็จภายในสิ้นปีนี้ และใช้งบอีก 200 ล้านบาท ซึ่งจะเตรียมนำไปใช้ลงทุนเพื่อปรับโฉมในส่วนพื้นที่บริเวณด้านหน้าศูนย์การ ค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ ราวต้นปีหน้า และบริษัทเตรียมปรับค่าเช่าพื้นที่ในศูนย์การค้าเพิ่มขึ้น 5-7% นอกจากนี้ บริษัทจะใช้งบการตลาดทำตลาดกว่า 30 ล้านบาท เพื่อ 9 กิจกรรมใหญ่ รองรับการปรับโฉมใหม่ของศูนย์การค้าด้วย. วันอังคาร ที่ 08 กันยายน 2552 เวลา 7:03 น หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

เงื้อดาบฟันยี่ปั๊ว-ซาปั๊วตุนนํ้าตาล

เงื้อดาบฟันยี่ปั๊ว-ซาปั๊วตุนนํ้าตาล
เงื้อดาบฟันยี่ปั๊ว-ซาปั๊วตุนนํ้าตาล นายยรรยง พวงราช อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ในสัปดาห์นี้จะเรียกผู้ประกอบการขายส่งน้ำตาลทราย (ยี่ปั๊ว ซาปั๊ว) เข้าหารือเกี่ยวกับปัญหาการกักตุนน้ำตาลทราย เนื่องจากขณะนี้ได้รับร้องเรียนจากผู้ค้าส่งว่า สั่งซื้อน้ำตาลทรายได้ปริมาณน้อยลง โดยจากเดิมอาจได้รับในปริมาณ 10 คันรถ แต่ถ้าต้องการได้ในปริมาณมากกว่าเดิมจะต้องจ่ายเงินเพิ่มมากกว่าจากจำนวน ปกติ อีกทั้งยังได้รับการร้องเรียนจากผู้ค้าปลีกรายย่อยว่ายี่ปั๊ว ซาปั๊ว เริ่มกักตุนน้ำตาลไว้ค่อนข้างมาก ทั้งนี้แนวทางแก้ไขปัญหา จะต้องเรียกผู้ประกอบการมาหารือและอาจต้องทำการสำรวจปริมาณน้ำตาลทรายใน สต๊อกของโรงงานน้ำตาลและของผู้ค้าส่ง เพื่อดูว่าปริมาณน้ำตาลที่เก็บสต๊อกเหลือมากน้อยเพียงใด รวมทั้งจะดูเส้นทางการผลิต และการ   ค้าของน้ำตาล เพื่อป้องกันการลักลอบนำน้ำตาลทรายออกไปขายยังต่างประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคกลางที่มีปัญหามากที่สุด “ทางโรงงานน้ำตาลต้องบอกว่าไม่มีปัญหาแน่นอน เพราะมีการกำหนดปริมาณน้ำตาลสำหรับส่งออก และบริโภคภายในประเทศอย่างเป็นระบบ แต่ปัญหานี้เกิดขึ้นนอกระบบการบริหารจัดการและขณะนี้มีส่วนต่างการขายน้ำตาล ทรายในประเทศ และส่งออกไปขายในราคา 33-34 บาท สูงกว่าในประเทศ 10 บาทต่อกก.จึงสามารถจูงใจให้มีการลักลอบส่งออกมากขึ้น” อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่ พบปัญหาขาดแคลนน้ำตาลทรายที่ใช้บริโภคภายในประเทศ (โควตา ก) เนื่องจากรัฐมีการจัดสรรโควตา น้ำตาลการบริโภคในประเทศ และส่งออกแยกจาก กันอย่างชัดเจน และขณะนี้โควตาน้ำตาล สำหรับใช้บริโภคภายในประเทศก็มีปริมาณเพียงพอ    ต่อความต้องการ ซึ่งหากมีความต้องการเพิ่ม ก็สามารถเพิ่มปริมาณโควตาน้ำตาลทรายในประเทศได้อีก นายยรรยงกล่าวว่าหากสถานการณ์น้ำตาลไม่เข้าสู่ภาวะปกติ จะนำเข้าที่ประชุมคณะกรรม การกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) เพื่อพิจารณาออกมาตรการประกาศการแจ้งเคลื่อนย้ายหรือปริมาณน้ำตาลทราย แม้ราคาน้ำตาลทรายขายปลีกอยู่ในบัญชีควบคุม แต่ยังไม่มีการกำหนดถึงขั้นต้องแจ้งปริมาณและเคลื่อนย้าย เนื่องจาก  ที่ผ่านมายังไม่เกิดปัญหาขาดแคลนและผู้บริโภคสามารถหาซื้อน้ำตาลทรายได้ตาม ปกติ หากสถาน การณ์ไม่ดีขึ้นอาจเพิ่มมาตรการเข้ามาดูแล สำหรับการที่ราคาน้ำตาลในตลาดโลกพุ่ง สูงขึ้น เนื่องจากราคาพลังงานและอาหารสูงขึ้น ประกอบกับในช่วงที่ผ่านมาประเทศผู้ส่งออกน้ำตาลรายใหญ่ประสบปัญหาภัย ธรรมชาติทำให้มีปริมาณน้ำตาลทรายในตลาดโลกลดลง. วันอังคาร ที่ 08 ...

ตราสารหนี้ดึง อปท.ขายพันธบัตรหาทุน

ตราสารหนี้ดึง อปท.ขายพันธบัตรหาทุน
ตราสารหนี้ดึง อปท.ขายพันธบัตรหาทุน นายณัฐพล ชวลิตชีวิน กรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย เปิดเผยว่า สมาคมฯ อยู่ระหว่างประสานงานและให้ความรู้เพื่อดึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ขนาดใหญ่  เช่น กทม. พัทยา และภูเก็ต ระดมทุนด้วยการออกพันธบัตรมากขึ้น เพราะขณะนี้กฎหมายได้อนุญาตให้ อปท.สามารถออกพันธบัตรได้แล้ว อีกทั้งปัจจุบันอปท.ขนาดใหญ่ยังต้องการใช้เงินในการลงทุนจำนวนมาก เช่น โครงการสาธารณูปโภคและรถไฟฟ้าในกทม.เป็นต้น โดยแนวทางที่ อปท.จะใช้ชำระดอกเบี้ยและเงินต้น มี 2 รูปแบบคือ นำรายได้จาก ภาษีท้องถิ่นที่เก็บได้มาชำระ และนำรายได้จาก  โครงการต่าง ๆ ที่จะลงทุนมาชำระ ทั้งนี้ การออกพันธบัตรของ อปท.ต้องได้รับการอนุมัติจากกระทรวงการคลังก่อน ซึ่งอาจกำหนดหลักเกณฑ์ว่าองค์กรระดับใดจึง   จะออกได้ เพื่อไม่ให้เป็นภาระของรัฐในอนาคต และป้องกันความเสี่ยงของนักลงทุน โดยเป็นไปได้ว่าอาจจะมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาพิจารณาคำขอออกพันธบัตรของ อปท.ที่เสนอมาเป็นครั้งว่าสมควรให้ออกหรือไม่ และจำนวนเท่าใด จึงคาดว่า อปท.จะเริ่มออกพันธบัตรได้ต้นปี 53 โดยขณะนี้ กทม. ได้ขอการจัดอันดับองค์กรไว้แล้ว โดยได้ที่ระดับเอเอ เป็นระดับที่น่าลงทุน. วันอังคาร ที่ 08 กันยายน 2552 เวลา 7:02 น หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

กรณ์ จาติกวณิช ไฟเขียวขายแบงก์สคิบ

กรณ์ จาติกวณิช ไฟเขียวขายแบงก์สคิบ
กรณ์ จาติกวณิช ไฟเขียวขายแบงก์สคิบ นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยว่า ตนได้ลงนามให้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินขายหุ้นธนาคาร นครหลวงไทย (สคิบ) แล้ว โดยคาดว่าจะส่งหนังสือให้ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ภายในวันที่ 7 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นไปตามข้อเสนอแนะที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ให้ความเห็นมา ขณะที่ตนเองไม่ได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมใด ๆ นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธ์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ยังไม่เห็นหนังสือดังกล่าวจาก รมว.คลัง แต่หากเรื่องมาถึงตนเองแล้ว คาดว่าจะส่งกลับไปให้กองทุนฟื้นฟูฯ ได้และมั่นใจว่าจะทันในการประชุมคณะกรรมการกองทุนฟื้นฟูฯ เดือน ก.ย.นี้. วันอังคาร ที่ 08 กันยายน 2552 เวลา 7:01 น หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

คลังปรับจีดีพีปี 52 ใหม่ติดลบ 3%

คลังปรับจีดีพีปี 52 ใหม่ติดลบ 3%
คลังปรับจีดีพีปี 52 ใหม่ติดลบ 3% นายสมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า สศค. จะปรับประมาณการเศรษฐกิจไทยใหม่อีกครั้งสิ้นเดือนก.ย.นี้ หลังจากที่ผ่านมา สัญญาณการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจมีทิศทางที่ดีขึ้น และเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเชื่อว่าน่าจะยังเป็นรูปตัววีอยู่ ถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้นก่อนสิ้นเดือนนี้ การปรับประมาณการณ์ครั้งนี้น่าจะดีขึ้นกว่าเดิม โดยคาดว่า เศรษฐกิจไทยปี 52 น่าจะอยู่ใกล้เคียงกับติดลบ 3% เชื่อว่าเศรษฐกิจไม่หดตัวมากกว่านี้ ทั้งนี้ เมื่อเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา กระทรวงการคลัง คาดเศรษฐกิจไทยปี 52 จะหดตัว 3% หรือหดตัวระหว่าง 2.5-3.5% โดยเริ่มส่งสัญญาณการฟื้นตัวดีขึ้นจากจุดต่ำสุดในไตรมาสแรกที่ผ่านมาที่หด ตัว 7.1% จากปัจจัยสำคัญเรื่องการใช้จ่ายภาครัฐ ผ่านมาตรการฟื้นฟู เศรษฐกิจต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้กระทรวงการคลังได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจไทยปี 52 เป็นติดลบ 2-3% จากเดิมคาดโต 0-2% หลังเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้า หดตัวมากกว่าที่คาดไว้ ภายหลังเกิดวิกฤติการเงินโลก แต่คาดว่า เศรษฐกิจไทยจะกลับมาเป็นบวกได้ในไตรมาส   สุดท้ายของปีนี้ โดยมีปัจจัยสำคัญที่ทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง คือการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ที่ต้องเป็นไปตามเป้าหมาย เพื่อไม่ให้แรงกระตุ้นทางเศรษฐกิจชะลอตัวลง ส่วนปัจจัยอื่น ๆ ขณะนี้มีความชัดเจนและเป็นสัญญาณบวกมากขึ้น ทั้งการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก  ตลอดจนราคาน้ำมันซึ่งไม่ได้สูงมากอย่างที่เคยคาดการณ์ไว้ ส่วนเงินบาท มีเสถียรภาพและปรับตัวตามค่าเงินอื่น ๆ ในภูมิภาคได้มากขึ้น สำหรับปัจจัยการเมือง หากไม่แย่ไปกว่าที่เป็นอยู่ในขณะนี้ถือว่าอยู่ในระดับที่รับได้ นายสมชัย กล่าวว่า ขณะนี้สัญญาณเศรษฐกิจมีทิศทางในเชิงบวกต่อเนื่องแม้จะยังมีความเปราะบางที่ ...

พณ.ทำโฆษณา หนุนใช้วัตถุดิบไทย

พณ.ทำโฆษณา หนุนใช้วัตถุดิบไทย
พณ.ทำโฆษณา หนุนใช้วัตถุดิบไทย วันนี้ (7 ก.ย.) นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้เปิดตัวโครงการ ไทย ฟู้ด เมค ชัวร์ อิทส์ ไทย อินเกรเดียน หรือส่งเสริมสินค้าเกษตรร้านอาหารไทยในต่างประเทศ เพื่อกระตุ้นการส่งออกสินค้ากลุ่มอาหาร และเครื่องปรุงไทย ไปยังต่างประเทศมากขึ้น โดยจะมีการจัดทำภาพยนตร์โฆษณาเผยแพร่สื่อในต่างประเทศ เพื่อประชาสัมพันธ์เชิงรุกให้ร้านอาหารไทยในต่างประเทศ หันมาใช้วัตถุดิบไทยประกอบอาหารแทนวัตถุดิบทั่วไป เนื่องจากอาหารไทยเป็นอาหารที่มีรสชาติเฉพาะ และเป็นอาหารที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก ดังนั้น หากจะทำอาหารไทยให้ได้รสชาติ และมีคุณค่าทางโภชนาการที่แท้จริง จำเป็นต้องใช้วัตถุดิบจากไทยเท่านั้น 'โครงการนี้ถือเป็นการกระตุ้นสินค้าเกษตรไทย เพื่อตอกย้ำให้คนทั่วโลกรับรู้ถึงอาหารไทย และหันมาใช้วัตถุดิบไทยในการประกอบอาหารมากขึ้น เพราะที่ผ่านมา แม้จะมีร้านอาหารไทยในต่างแดนเกิดขึ้นมาก และมีคนทั่วโลกนิยมบริโภคอาหารไทย แต่มีคนจำนวนไม่น้อยที่ยังใช้วัตถุดิบที่ไม่ตรงกับสูตรปรุงอาหารไทยดั้งเดิม มาใช้ ซึ่งอาจทำให้รสชาติอาหารไทยผิดเพี้ยนไปจากเดิม และทำให้อาหารไทยเสียชื่อเสียงได้ ดังนั้น กระทรวงจึงต้องเข้าไปส่งเสริมการใช้ให้ถูกต้อง เพื่อให้รักษามาตรฐานอาหารไทย และเพื่อประโยชน์ต่อการส่งออก ซึ่งคาดว่า จะสามารถผลักดันสินค้าเกษตรส่งออกเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 5%' นางพรทิวา กล่าว. วันจันทร์ ที่ 07 กันยายน 2552 เวลา 21:51 น หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

บี้แบงก์ปล่อยกู้

บี้แบงก์ปล่อยกู้
บี้แบงก์ปล่อยกู้ นายธนิต โสรัตน์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3  สถาบัน (กกร.) ในวันที่ 7 ก.ย.นี้ จะหารือแนวทางผลักดันให้สถาบันการเงินปล่อยสินเชื่อ เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่อง และลดปัญหาหนี้เสียของผู้ประกอบการให้รัฐบาลพิจารณาอีกรอบ เนื่องจากปัจจุบันเอกชนไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ แม้รัฐบาลตั้งเป้าจะเพิ่มวงเงินปล่อยกู้ให้อีก 3 แสนล้านบาท แต่ทางปฏิบัติมีขั้นตอนปฏิบัติที่ยุ่งยากและซับซ้อน “ยังหารือเรื่องการแก้กฎหมายศุลกากร ที่เกี่ยวกับการให้รางวัลนำจับให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน” นายสมมาต ขุนเศษฐ รองเลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า กกร.จะจัดระดมความคิดเห็นระหว่างผู้แทนธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ภาคเอกชน และตัวแทนจากสถาบันการเงิน เพื่อช่วยลดปัญหาการเกิดหนี้เสียการปล่อยสินเชื่อ. วันจันทร์ ที่ 07 กันยายน 2552 เวลา 0:00 น หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

คลังตั้งแท่นขรก.ซี 10 เข้าครม.

คลังตั้งแท่นขรก.ซี 10 เข้าครม.
คลังตั้งแท่นขรก.ซี 10 เข้าครม. กรณ์ยันทุกตำแหน่งอธิบายได้ นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เปิดเผยว่า วันที่ 8 ก.ย.นี้ กระทรวงการคลังจะเสนอรายชื่อข้าราชการระดับ 10 ที่จะเข้ารับตำแหน่ง แทนข้าราชการที่เกษียณอายุให้ที่ประชุมครม. พิจารณาเห็นชอบ โดยระดับ 10 จะว่างลงถึง 4 ตำแหน่ง คือ อธิบดีกรมสรรพสามิต อธิบดีกรมศุลกากร อธิบดีกรมบัญชีกลาง รองปลัดกระทรวงการคลัง และผู้ตรวจราชการ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายชื่อได้ เพราะต้องรายงาน ครม.ก่อน ทั้งนี้สัญญาณที่ส่งออกไปชัดเจนว่าตราบใดที่ตั้งใจทำงานจะมีความก้าวหน้า ด้านอาชีพ และทุกตำแหน่งต้องอธิบายได้ “ที่ผ่านมาในกระทรวงไม่มีการวิ่งเต้น  แต่ยอมรับว่ามีคนฝากฝังบ้าง ซึ่งรายชื่อที่ออกไปยากที่จะสมบูรณ์ แต่หากมองออกไปแล้วภาพจะต้องเป็นบวก เพราะขณะนี้มีข้อจำกัดด้านบุคคล แต่จะทำให้ดีที่สุด ภายใต้เงื่อนไขที่มี โดยกำลังวางระบบที่จะให้เวียนงานในกระทรวงทุก 2 ปี เพื่อให้เรียนรู้งานทุกระดับ เช่น คนในกรมจัดเก็บจะได้เรียนรู้ด้านนโยบาย จะได้ไม่มีข้อจำกัด โอกาสที่จะขึ้นเป็นปลัดกระทรวงก็มีมากขึ้น เพราะคนที่จะเป็นปลัดต้องรอบรู้ และยังต้องการให้ข้าราชการมีความเป็นคลังมากขึ้น ขณะนี้งานของกระทรวงหนักทุกส่วน เพราะยังมีกฎหมายหลายฉบับที่จะออกมาบังคับใช้ ซึ่งได้มอบหมายให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ช่วยคิด และสศค.ถือว่าเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญมาตั้งแต่การจัดตั้งแล้ว แต่ต้องขึ้นกับรัฐมนตรีจะใช้งานมากน้อยแค่ไหนด้วย ซึ่งในยุคนี้จะใช้สศค.เป็นหน่วยงานหลัก ขณะที่สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) ยังสำคัญมากในภาวะที่รัฐบาลมีเป้าหมายกู้ยืม 1.56 ล้านล้านบาทใน 3 ปีข้างหน้า ทั้งการกู้เงินเพื่อชดเชยการคลังและกู้เงินตาม พ.ร.ก. และพ.ร.บ.จึงถือว่าการบริหารหนี้สำคัญต่อประเทศมาก ขณะที่กรมจัดเก็บทั้ง 3 ...

รุมขย้ำงบฯ ครีเอทีฟไทยแลนด์

รุมขย้ำงบฯ ครีเอทีฟไทยแลนด์
รุมขย้ำงบฯ ครีเอทีฟไทยแลนด์ ผ่าน 5 วันดันยอดพุ่งพรวด 4 หมื่นล้าน อัดยับส่งโครงการห่วยขอรัฐสนับสนุน รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์เปิดเผยว่า หลังจากรัฐบาลได้เปิดตัวโครงการเมืองไทย เมืองนักคิด (ครีเอทีฟ ไทยแลนด์) และจัดสรรงบกระตุ้นเศรษฐกิจตามแผนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ 2 วงเงิน 20,130 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นเงินกองทุนสำหรับการขับเคลื่อนให้กับอุตสาหกรรมนำร่อง 15 อุตสาหกรรม ปรากฏว่าในระยะเวลาเพียง 5 วัน ตั้งแต่ 31 ส.ค.-4 ก.ย. มีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนได้เสนอโครงการเข้ามาขอใช้เงินเป็นจำนวนมาก จนล่าสุดมีวงเงินขอสนับสนุนสูงถึง 40,000 ล้านบาทแล้ว สูงกว่างบประมาณที่รัฐบาลตั้งไว้ถึง 2 เท่าตัว ทั้งนี้เป็นที่น่าแปลกใจว่าการเสนอขอโครงการส่วนใหญ่ มีทั้งโครงการที่ตรงตามวัตถุประสงค์ และนอกวัตถุประสงค์ ยกตัวอย่างเช่น โครงการผลิตกุนเชียงไร้ไขมัน ได้มีการเสนอขอใช้โครงการนี้ด้วย ทั้งที่จริงควรไปขอใช้เงินสนับสนุนจากหน่วยงานอื่น เช่น สินเชื่อจากธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) เนื่องจากการพิจารณาอนุมัติโครงการของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ (สศช.) ยังไม่มีการกำหนดกรอบและหลักเกณฑ์ในการพิจารณาที่ชัดเจนว่า เศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์คืออะไรบ้าง ทำให้ทุกคนต่างพุ่งเป้าหมายเพื่อขอใช้เงินก้อนนี้กันอย่างเต็มที่ แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า โครงการนี้เป็นหนึ่งในโครงการไทยเข้มแข็ง ที่รัฐบาลมีแผนดำเนินการ เพื่อใช้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจแนวใหม่ที่จะให้คนไทยที่มีความคิดสร้างสรรค์  เข้ามามีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ โดยรัฐบาลจะเข้าไปให้ความช่วยเหลือตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ เพื่อผลักดันให้เกิดเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ใหม่ และสร้างมูลค่าเพิ่มขึ้นมา เพราะเศรษฐกิจยุคใหม่ จะต้องใช้ภูมิปัญญาเข้าไปช่วยในการพัฒนาสินค้าและบริการ เพื่อให้สินค้าและบริการแข่งขันในตลาดโลกได้ ทั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดโอกาสให้   ทุกภาคส่วนของประเทศที่มีแนวคิดสร้างสรรค์    มีความพยายามในการปรับปรุง พัฒนาอุตสาหกรรมของตัวเอง สามารถเสนอโครงการเพื่อขอ ...

เอกชนผวาการเมืองฉุดเศรษฐกิจซ้ำรอย

เอกชนผวาการเมืองฉุดเศรษฐกิจซ้ำรอย
เอกชนผวาการเมืองฉุดเศรษฐกิจซ้ำรอย นางอมรา ศรีพยัคฆ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจในประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า จากการสอบถามผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดใหญ่จำนวน 526 รายคิดเป็นสัดส่วน 60.8% เกี่ยวกับข้อจำกัดในการทำธุรกิจในเดือน ก.ค.ที่ผ่านมาพบว่า อันดับแรกคือความไม่แน่นอนเกี่ยวกับเศรษฐกิจ อันดับสองคือการปรับราคาสินค้าทำได้ยาก และอันดับสามคือความไม่แน่นอนทางการเมือง จากเดิมในเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา อยู่อันดับที่ 4 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าปัญหาทางการเมืองเริ่มกลับมามีความสำคัญอีกครั้ง นอกจากนี้เห็นว่าความต้องการของตลาดในประเทศยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ เนื่องจากผู้บริโภคยังระมัดระวังการใช้จ่ายส่งผลให้ผู้ผลิตมีการแข่งขันกัน มากขึ้น ด้วยการลดราคาสินค้าเพื่อแย่งส่วนแบ่งตลาด สำหรับภาวะการเงิน และสภาพคล่องของผู้ประกอบการพบว่า มีแนวโน้มดีขึ้น ทั้งจากภาวะดอกเบี้ยที่ทรงตัวเมื่อเทียบกับเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา และผู้ประกอบการได้รับเครดิตจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้น ขณะที่การให้เครดิตกับลูกค้ายังมีสัดส่วนที่ลดลงตามภาวะเศรษฐกิจ ส่วนแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในอีก 3 เดือนข้างหน้าผู้ประกอบการสัดส่วน 16.5% คาดว่ามีแนวโน้มสูงขึ้น และจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อฐานะการเงินของผู้ประกอบการในอนาคต ขณะที่ด้านอัตราแลกเปลี่ยนผู้ประกอบการ 48% คาดว่าในอีก 3 เดือนข้างหน้าจะมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น ทั้งนี้เห็นว่าภาวะธุรกิจโดยรวมในเดือน ก.ค. ยังอ่อนตัว เห็นได้จากดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจอยู่ที่ระดับ 45 จากเดิมอยู่ระดับ 46.3 ซึ่งต่ำกว่าระดับ 50 เป็นผลมาจากแรงกดดันด้านต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมันที่ สูงขึ้น แต่ดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจในอีก 3 เดือนข้างหน้าปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 51.3 ซึ่งสูงกว่าระดับ 50 ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 โดยเป็นการเพิ่มขึ้นขององค์ประกอบเกือบทุกด้าน ยกเว้นแรงกดดันด้านต้นทุนการผลิตที่สูง ส่วนดัชนีการผลิตใน 3 เดือนข้างหน้าเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ ...

กองทุน เอฟไอเอฟ ฮอตเกาหลีนำ

กองทุน เอฟไอเอฟ ฮอตเกาหลีนำ
กองทุน เอฟไอเอฟ ฮอตเกาหลีนำ บลจ.แห่ออกมูลค่าเพิ่ม 158,000 ล. รายงานข่าวจากสมาคมบริษัทจัดการลงทุน (สมาคมบลจ.) เปิดเผยว่า ในเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา บลจ.แต่ละแห่งนิยมออกกองทุนที่มีนโยบายลงทุนในต่างประเทศ (เอฟไอเอฟ) กันมากขึ้น เนื่องจากคาดว่าจะได้รับอัตราผลตอบแทนที่ดีกว่าการออกกองทุนที่ลงทุนใน ประเทศ โดย ณ วันที่ 28 ส.ค.ที่ผ่านมา มีการออกกองทุนเอฟไอเอฟ รวมทั้งสิ้น 396 กองทุน หรือมีสัดส่วน 26.16% ของตลาดกองทุนรวมทั้งหมด ซึ่งมีมูลค่ารวม 455,859 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31 กองทุน หรือมูลค่า 20,893 ล้านบาท เมื่อเทียบกับวันที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมา ที่มีการออกทั้งสิ้น 365 กองทุน หรือมีสัดส่วน 24.7% ของตลาดกองทุนรวม และมีมูลค่า 434,966 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบวันที่ 30 ธ.ค. 51 พบว่า มีการออกกองทุนเพิ่มขึ้นถึง 117 กองทุน หรือ 158,834 ล้านบาท จากเดิมอยู่ที่ 279 กองทุน มูลค่ารวม 297,025 ล้านบาท หรือมีสัดส่วน ...

เตรียมโปรโมต พร้อมมิตรสตูดิโอ

เตรียมโปรโมต พร้อมมิตรสตูดิโอ
เตรียมโปรโมต พร้อมมิตรสตูดิโอ ถ่ายหนังตำนานสมเด็จพระนเรศวร นายคุณากร เศรษฐี กรรมการผู้จัดการ บริษัท พร้อมมิตร โปรดักชั่น จำกัด ผู้ผลิตภาพยนตร์ตำนานสมเด็จพระนเรศวร เปิดเผยว่า ในปีหน้าบริษัทมีแผนดึงบริษัท 124 คอมมิวเนเคชั่นส จำกัด (มหาชน) เข้าไปช่วยดำเนินการประชาสัมพันธ์ พร้อมมิตรฟิล์ม สตูดิโอ ซึ่งเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ “ตำนานสมเด็จพระนเรศวร” ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของ จ.กาญจนบุรี เพื่อกระตุ้นให้คนไทยเดินทางเข้าไปท่องเที่ยวมากขึ้น โดยตั้งเป้าหมายจะดึงนักท่องเที่ยวเข้าจังหวัดกาญจนบุรีเพิ่มขึ้น 50,000 คนต่อเดือน จากปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าไปชมสถานที่ถ่ายทำประมาณ 30,000 คนต่อเดือน โดยคิดค่าบัตรเข้าชมผู้ใหญ่ 100 บาท และเด็ก 50 บาท สำหรับพร้อมมิตรฟิล์ม สตูดิโอ ได้ถูกพัฒนาจากสภาพสถานที่ว่างเปล่ากว่า 2,000 ไร่ ของกองพลทหารราบที่ ๙ ค่ายสุรสีห์ จ.กาญจนบุรี โดยบริษัทได้เนรมิตรสร้างฉากต่าง ๆ ด้วยระยะเวลานานถึง 4 ปี พร้อมทั้งการศึกษาค้นคว้าข้อมูลอย่างพิถีพิถัน เพื่อรองรับการถ่ายภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่ และจัดโปรโมตสถานที่อย่างจริงจัง เพื่อช่วยเสริมรายได้ให้กับบริษัท ทั้งนี้ในปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างเร่งถ่ายทำภาพยนตร์ตำนานสมเด็จพระนเรศวร ภาค 3 และ 4 เพื่อให้สามารถออกฉายปี 53 ซึ่งภาพยนตร์ดังกล่าว บริษัทใช้งบลงทุนในการสร้างกว่า 500 ล้านบาท และหากภาพยนตร์ออกฉายคาดว่าจะทำรายได้มากกว่า 500 ล้านบาทอย่างแน่นอน ...

จี้รัฐบาลเร่งดูแลหนี้นอกระบบ

จี้รัฐบาลเร่งดูแลหนี้นอกระบบ
จี้รัฐบาลเร่งดูแลหนี้นอกระบบ แฉนายทุนแสบปล่อยกู้ต่างถิ่น ชี้ให้แหล่งเงินเข้าถึงประชาชน รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า แม้ว่าขณะนี้รัฐบาลจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ 2 ออกมาแล้ว รวมถึงมีโครงการสินเชื่อฟาสต์แทร็ค ที่ให้ธนาคารทุกแห่งของรัฐเร่งปล่อยสินเชื่อให้มากขึ้น แต่กระทรวงการคลังยังคงเป็นห่วงเรื่องหนี้สินภาคประชาชนที่ยังมีแนวโน้ม เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ดีขึ้นอย่างชัดเจน เนื่องจากเห็นว่าเงินที่ใส่ลงมาในระบบนั้นยังคงไม่ลงไปถึงประชาชนระดับฐาน รากอย่างแท้จริง สะท้อนได้จากปัจจุบันที่มีข่าวเกี่ยวกับประชาชนต้องพึ่งพาเงินกู้นอกระบบ อยู่มาก และประสบปัญหาถูกเจ้าหนี้ทวงถามด้วยวิธีการโหดร้ายเพิ่มขึ้นทุกวัน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าประชาชน  ในระดับฐานรากยังเข้าไม่ถึงแหล่งเงินในระบบสถาบันการเงิน อีกทั้งปัจจุบันยิ่งน่าเป็นห่วงมากขึ้น เพราะมีกระบวนการนายทุนเข้าไปเปิดให้บริการเงินกู้นอกระบบตามพื้นที่ต่าง ๆ จำนวนมาก และได้ตั้งหน่วยทวงหนี้ไว้สำหรับติดตามทวงหนี้ จนทำให้ประชาชนไม่ทราบว่า ใครคือเจ้าหนี้ที่แท้จริง จากในอดีตที่เจ้าหนี้เงินกู้นอกระบบแต่ละรายนั้นจะมีทำธุรกิจเฉพาะแต่ใน พื้นที่ของตัวเองเท่านั้น และหลายรายที่เป็นผู้มีอิทธิพล ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถเข้าไปจัดการอย่างเด็ดขาดได้ จึงเป็นปัญหาทางสังคมที่วนอยู่แบบนี้ ทั้งนี้ต้องการให้รัฐบาลมองประเด็นว่าจะทำอย่างไร เพื่อให้ประชาชนมีโอกาสเข้าถึงแหล่งเงินในระบบได้อย่างแท้จริง เพราะปัจจุบันนี้การทำธุรกิจ การซื้อขายสินค้าแทบทุกชนิด ล้วนผ่านระบบสถาบันการเงินแทบทั้งสิ้น ทั้งผ่อนบ้าน ผ่อนรถ หรือสินค้าต่าง ๆ แต่ปัจจุบันยังมีช่องว่างที่ทำให้คนเหล่านี้เข้าไม่ถึงแหล่งเงินในระบบ จึงต้องเสียเปรียบคนบางกลุ่ม ทั้งนี้อาจให้ธนาคารของรัฐผ่อนปรนเงื่อนไขให้คนกลุ่มนี้ ดีกว่าที่จะเข้มงวดแล้วกลายเป็นการผลักดันให้เขาหันไปพึ่งเงินกู้นอกระบบ “การที่เปิดโอกาสให้คนรากหญ้าเข้าถึงแหล่งเงินในระบบสถาบันการเงินนั้น นอกจากเป็นการพัฒนาศักยภาพของคนในอีกทางหนึ่งด้วย เพราะเขาจะต้องรับผิดชอบในการชำระหนี้สิน และต้องมีระเบียบวินัยในการใช้จ่ายเงิน อีกทั้งยังทำให้รัฐเข้าถึงแหล่งข้อมูลที่สำคัญด้วย เพื่อจะได้แก้ปัญหาได้ตรงจุดมากขึ้น ไม่ใช่ช่วยเหลือแต่ภาคเกษตรกรและภาคแรงงานเท่านั้น โดยนอกจากให้ธนาคารของรัฐผ่อนปรนเงื่อนไขการกู้ยืมแล้ว อาจให้เข้าไปเจรจากับโรงงานต่าง ๆ เพื่อเปิดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับพนักงาน เป็นต้น” อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าเงื่อนไขดังกล่าวนี้ ธนาคารของรัฐอาจจะเข้าไปดำเนินการได้ไม่สะดวกนัก เนื่องจากติดเงื่อนไขต่าง ๆ จากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่ยังคงเข้มงวดอยู่ หากธนาคารเข้าไปดำเนินการเองอาจถูกเพ่งเล็งได้ ดังนั้นอาจต้องให้กระทรวงการคลังมีนโยบายออกมาเพื่อรองรับการทำธุรกรรมเหล่า นี้ในลักษณะเดียวกันกับสินเชื่อฟาสต์แทร็คที่ให้ธนาคารรัฐแยกบัญชีการช่วย เหลือเชิงสังคม (พีเอสเอ) ออกจากการดำเนินธุรกิจปกติได้ ...

ปลื้มเปลี่ยนเครื่องเที่ยวไทยเพิ่ม

ปลื้มเปลี่ยนเครื่องเที่ยวไทยเพิ่ม
ปลื้มเปลี่ยนเครื่องเที่ยวไทยเพิ่ม นายสุรพล ศรีตระกูล นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยว่า เดือน ส.ค.ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวต่างชาติที่รอเปลี่ยนเครื่องบินในไทย มาเที่ยวตามโครงการสร้างรายได้จากนักท่องเที่ยวเดินทางระหว่างประเทศ (ทรานเฟอร์ พาสเซนเจอร์) 586 คน เพิ่มขึ้น 10.77% จากเดือน ก.ค. ส่งผลให้ 3 เดือนที่เปิดโครงการ (มิ.ย.-ส.ค.) มีผู้ร่วมโครง การแล้ว 1,414 คน ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าพอใจ เพราะสูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ว่า ต้องการให้มีนักท่องเที่ยวร่วมโครงการเดือนละ 300 คน ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการบินไทย และสายการบินอื่น ช่วยประกาศให้ผู้โดยสารทราบบนเครื่องบิน ก่อนที่จะจอดที่สนามบินสุวรรณภูมิ ว่าไทยมีโครงการแบบนี้ ทำให้นักท่องเที่ยวมีเวลาตัดสินใจเลือก โปรแกรมมาเที่ยว สำหรับโปรแกรมท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมที่สุดจากทั้งหมด 15 โปรแกรม คือ เที่ยว วัดพระแก้ว วัง และชอปปิง เนื่องจากเป็นรูปแบบการท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของเมืองไทยอยู่แล้ว ขณะที่บางโปรแกรมยังไม่มีนักท่องเที่ยวตัดสินใจไปเที่ยวเลย แต่แอตต้าจะเก็บโปรแกรมท่องเที่ยวเหล่านี้ไว้เช่นเดิม ไม่ยกเลิก เพราะเห็นว่าเป็นโปรแกรมที่น่าสนใจ เพียงแต่นักท่องเที่ยวยังไม่รู้จัก หรือนักท่องเที่ยวอาจมีเวลารอเปลี่ยนเครื่องบินจำกัด แต่เส้นทางในโปรแกรมต้องใช้เวลามาก ทำให้นักท่องเที่ยวไปไม่ได้ ทั้งนี้อยากให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนโครงการนี้ช่วยประชาสัมพันธ์โครงการ ให้เข้าถึงสื่อในต่างประเทศมากขึ้น เพื่อให้คนทั่วโลกรับทราบว่า ไทยมีโครงการแบบนี้ หากต้องใช้บริการเครื่องบิน โดยแวะมาเปลี่ยนเครื่องบินในไทย จะได้ใช้บริการ สำหรับสถานการณ์ท่องเที่ยว ตั้งแต่เดือน ม.ค.-ส.ค. มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาผ่านบริษัทนำเที่ยวที่เป็นสมาชิกแอ ตต้า ...

ซีพีแลนด์ปรับแผนหันฮุบโรงแรม

ซีพีแลนด์ปรับแผนหันฮุบโรงแรม
ซีพีแลนด์ปรับแผนหันฮุบโรงแรม นายสุนทร อรุณานนท์ชัย กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มธุรกิจพัฒนาที่ดิน บริษัท ซี.พี.แลนด์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับแผนการก่อสร้างโรงแรมใหม่ 3-4 แห่ง เป็นการเข้าไปซื้อกิจการแทน เนื่องจากเศรษฐกิจยังคงชะลอตัวจึงไม่เหมาะสมที่จะเข้าไปลงทุนเอง โดยการเข้าไปซื้อกิจการจะได้ต้นทุนถูกกว่าเกือบครึ่งและความเสี่ยงน้อยและ ต้องการทำโรงแรมดีแต่ขายราคาถูกหากลงทุนก่อสร้างโรงแรมเองอาจจะขายห้องพักใน ราคาถูกไม่ได้ สำหรับรูปแบบของโรงแรมที่บริษัทต้องการเข้าไปซื้อกิจการคือ รีสอร์ทริมชายหาดระดับ 4 ดาวขึ้นไป เนื่องจากเป็นทำเลที่มีศักยภาพ และสามารถขายห้องพักในราคาถูกได้ ถ้าหากทำได้ก็จะสามารถขยายฐานลูกค้าให้กว้างขึ้นได้ โดยขณะนี้ความคืบหน้าของการเข้าซื้อกิจการโรงแรมอยู่ระหว่างการเจรจาคาดว่า จะได้ข้อสรุปในเร็ว ๆ นี้ โดยปัจจุบันบริษัทมีโรงแรมที่ดำเนินธุรกิจอยู่ 1 แห่งคือ โรงแรมแกรนด์ เมอร์เคียว ฟอร์จูน กรุงเทพฯ โดยได้ทุ่มงบ 100 ล้านบาท ปรับปรุงห้องพัก คาดว่าปลายปีนี้การปรับปรุงน่าจะแล้วเสร็จเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวช่วงไฮซี ซั่น ส่วนผลการดำเนินงานของโรงแรมแกรนด์ เมอร์เคียวฯ ในช่วง 7 เดือนแรกของปี มีอัตราการเข้าพักอยู่ที่ 65% ต่ำกว่าปกติ ที่มีอัตราการเข้าพัก 80-90% เนื่องจากนักท่องเที่ยวยังชะลอการเข้ามาท่องเที่ยวในไทย ดังนั้นบริษัทจึงต้องลดราคาห้องพักและค่าอาหาร เพื่อกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวและลูกค้าเข้ามาใช้บริการ โดยคาดว่าในสิ้นปีนี้ยอดอัตราการเข้าพักของโรงแรมอยู่ที่ 65-75% หรือมีรายได้อยู่ที่ 100 ล้านบาท ต่ำกว่าทุกปีที่ผ่านมา ที่มีรายได้อยู่ที่ 200 ล้านบาท. วันจันทร์ ที่ 07 กันยายน 2552 เวลา ...

หุ้นสหรัฐยังปรับเพิ่ม เฟดส่งซิก เศรษฐกิจจะฟื้นตัว

หุ้นสหรัฐยังปรับเพิ่ม เฟดส่งซิก เศรษฐกิจจะฟื้นตัว
หุ้นสหรัฐยังปรับเพิ่ม เฟดส่งซิก เศรษฐกิจจะฟื้นตัว ตลาดหุ้นสหรัฐยังปรับเพิ่มต่อเนื่อง ส่วนราคาน้ำมันดิบเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 65 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล ขณะที่ ราคาทองคำตลาดนิวยอร์ก   ปิดที่ 946.60 ดอลลาร์สหรัฐฯ/ออนซ์ ลดลง 1.90 ดอลลาร์สหรัฐฯ สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันนี้ (22 ก.ค.) ว่า ปิดการซื้อขายตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกา เมื่อวันอังคาร ดัชนีเคลื่อนไหวในแดนลบในช่วงแรก เนื่องจากนักลงทุนผิดหวังที่รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ของดูปองต์ และเมิร์ค ไม่เป็นไปตามเป้า แต่มีแรงซื้อกลับเข้ามาหลังผลประกอบการของแคเทอร์พิลลาร์ออกมาน่าพอใจ รวมถึงการคาดการณ์ของธนาคารกลางสหรัฐอเมริกา  หรือเฟด ที่ระบุว่าเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาจะส่งสัญญาณฟื้นตัว ด้านราคาน้ำมันดิบตลาดไนเม็กซ์ ปรับเพิ่ม 74 เซนต์ ไปปิดที่ระดับ 64.72 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล ทำให้หลังปิดตลาด ดัชนีดาวโจนส์ ปิดที่ 8,915.94 จุด เพิ่มขึ้น 67.79 จุด หรือ 0.77% ดัชนีแนสแดค ปิดที่ 1,916.20 จุด ขยับขึ้น 6.91 จุด หรือ 0.36% ดัชนีเอสแอนด์พี ปิดที่ 954.58 จุด เพิ่มขึ้น 3.45 จุด หรือ 0.36% ด้าน ตลาดหุ้นสำคัญของยุโรป ...
Page 1 of 212
Copyright © 2010 ข่าวด่วน 24 ชั่วโมง ทั่วเมืองไทย. All rights reserved. Powered by WordPress 2.9.2 Modified by HMU111.COM - Thailand Marketing Online - ท่องเที่ยวทั่วไทย - สำนักงานบัญชี
SiamDiaryNews.COM คือ ศูนย์บริการข้อมูลข่าวสารทั่วเมืองไทย ข่าวการเมือง ข่าวบันเทิง ข่าวเศรษฐกิจ ข่าวกีฬา ข่าวการศึกษา ข่าวต่างประเทศ ข่าวอาชญากรรม ข่าวเทคโนโลยี ข่าวท่องเที่ยว ข่าวพยากรณ์อากาศและข่าวอื่นๆ - ข่าว การเมือง บันเทิง เศรษฐกิจ กีฬา การศึกษา ต่างประเทศ อาชญากรรม เทคโนโลยี ท่องเที่ยว พยากรณ์อากาศ