เทพไท เสนพงศ์ จี้ตร.สอบพฤติกรรม นปช.ขัดประกันศาล
- Friday, July 3, 2009, 8:59
- ข่าวการเมือง
- Add a comment
เทพไท เสนพงศ์ จี้ตร.สอบพฤติกรรม นปช.ขัดประกันศาล
โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แนะ “พท.-แกนนำ นปช.” ล่าชื่อถวายฎีกาให้ไปล่าชื่อ ส.ส.พท.ก่อน จี้ ตร.สอบพฤติกรรม นปช.ขัดประกันศาลหรือไม่ แขวะ “เสนาะ” จากกระต็อบมาอยู่ตึก …
วันนี้ (2ก.ค.) นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ประกาศล่ารายชื่อประชาชน 1 ล้านชื่อภายในเวลา 1 เดือน เพื่อถวายขอพระราชทานอภัยโทษนั้น ส่วนตัวเห็นว่าเป็นการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงอีกรูปแบบหนึ่งเพื่อ สร้างกระแสยอมรับความเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยมีการปลุกเร้าให้คนเสื้อแดงให้ลงชื่อให้ครบในเวลาที่กำหนดเพื่อเป็นการ แสดงพลัง จึงขอเรียกร้องไปยังแกนนำ นปช.ว่าก่อนที่จะล่ารายชื่อชาวบ้านควรจะไปให้ ส.ส.พรรคเพื่อไทยทุกคนรวมถึงแกนนำ นปช.ลงชื่อให้ครบหมดทุกคนก่อน เพราะคนในตระกูลชินวัตร อย่างนายพายัพ ชินวัตร ที่ระบุว่า คนในครอบครัวชินวัตร มีความคิดที่จะถวายฏีกาขออภัยโทษแก่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ แล้ว เหตุใดจึงไม่ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคนในครอบครัว
นายเทพไท กล่าวต่อว่า ส่วนการกล่าวหาบุคลที่ออกมาขัดขวางการล่ารายชื่อ โดยกล่าวหาว่าใครปิดกั้นการถวายฎีกา เป็นการขัดขวางการจงรักภักดีนั้น ไม่เป็นความจริงเพราะคนไทยทั้งประเทศที่มีความภักดี ไม่อยากที่จะเห็นขบวนการของคนเสื้อแดงก้าวล่วงพระราชอำนาจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 191 จึงอยากเรียกร้องพฤติกรรมของแกนนำคนเสื้อแดง ซึ่งล้วนแต่เป็นผู้ต้องหาที่ก่อจราจลเมื่อ 13 ม.ย. ที่ห้ามเคลื่อนไหวทางการเมืองในลักษณะยุยงปลุกปั่นและรุกเร้าใหเกิดความแตก แยกใน สังคม จึงอยากถามว่ากระบวนการล่ารายชื่อนี้เป็นการเคลื่อนไหวในลักษณะที่เข้าข่าย เงื่อนไขในการขอประกันตัวของศาลหรือไม่
โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรค ประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ตนได้สนับสนุน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทยให้ขึ้นรั้งตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยว่า น่าเสียดายที่ ร.ต.อ.เฉลิมได้ประกาศไม่รับตำแหน่งหัวหน้าพรรคฯ ทั้งที่มีความเหมาะสม และมีผลงาน เพราะได้ทำหน้าที่ในสภาเหมือนเป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภามานานแล้ว เพราะเป็นผู้อภิปรายนำและไม่จำกัดเวลาในการอภิปรายมาโดยตลอด แต่ ร.ต.อ.เฉลิมกลับปฏิเสธว่าไม่พร้อมที่จะรับตำแหน่งนายกฯ ขอแค่เป็นรัฐมนตรีมหาดไทยเท่านั้น
นายเทพไท กล่าวต่อว่า และการที่ ร.ต.อ.เฉลิมอวดอ้างคุณสมบัติว่า มีคุณสมบัติไม่แพ้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ พร้อมที่จะท้าดีเบตกับนายกฯ ตลอดเวลา จึงขอชี้แจงว่า ท่านควรไปสร้างความยอมรับจาก ส.ส.ในพรรคให้เขาโหวตให้ท่านเป็นหัวหน้าพรรคให้ได้เสียก่อน ไม่จำเป็นต้องเป็นนายกฯก็ได้ แต่วันนี้จะมาท้านายกฯดีเบต ขอถามว่าจะท้าในฐานะอะไรเพราะปกติหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่เคยหนีเวทีดีเบตทางการเมือง นับแต่การเลือกตั้งทั่วไปปี 2550 ที่นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชนขณะนั้นหนีการดีเบตมาตลอด จึงขอให้รอโอกาสในการเลือกตั้งครั้งต่อไปให้หัวหน้าพรรเพื่อไทยตัวจริงมาดี เบตกับหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เวทีไหนก็ได้ ขอเพียงอย่าส่งประเภทพวกมวยแทนมาดีเบตเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา ส่วนความรู้ความสามารถของร.ต.อ.เฉลิม กับนายอภิสิทธิ์นั้น ร.ต.อ.เฉลิมไม่ควรตัดสินด้วยตัวเองว่าเหนือกว่านายอภิสิทธิ์ เพราะประชาขนคนไทยทั้งประเทศย่อมรู้ดีว่า ใครมีความสามารถมากกว่ากัน เพียงแต่คนโบราณเคยบอกไว้ว่า สุนัขเวลาจะถ่าย มันก็ยกหางของมันเอง
นาย เทพไท กล่าวถึงกรณีที่นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ยอมรับว่าได้รับการทาบทามให้มาเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ซึ่งอยู่ในระหว่างการตัดสินใจว่า ส่วนตัวเห็นว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่พรรคเพื่อไทยจะมีหัวหน้าพรรคเป็นตัว เป็นตนเสียทีและคิดว่าเป็นโชคดีของนายเสนาะที่บั้นปลายชีวิตทางการเมืองที่ จากพรรคประชาราชซึ่งมีส.ส.เพียง 9 คน จะขยับมาเป็นหัวหน้าพรรคใหญ่ที่มี ส.ส.ถึง 180 คน โดยไม่ต้องลงทุนลงแรงเสียเวลาในการเลือกตั้ง ได้เปลี่ยนจากอยู่กระต็อบไปอยู่ตึก ไม่ว่าโครงสร้างรากฐานของตึกจะไม่แข็งแรงก็ตาม
โฆษกประจำตัวหัว หน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอีกว่า สิ่งที่นายเสนาะจะต้องเร่งทำคือ ต้องไปจัดการบรรดาว่าที่ลูกพรรคที่ออกมาขัดขวางไม่ให้มาเป็นหัวหน้า อย่างไรก็ตามตนยังมีข้อสงสัยว่านายเสนาะจะก้าวขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้อย่างไร หากจะมีการควบรวมพรรคเช่นเดียวกับที่พรรคไทยรักไทยในอดีตเคยทำโดยควบรวมพรรค เสรีธรรม ชาติพัฒนาและความหวังใหม่ เหมือนควบรวมบริษัทของนักธุรกิจซึ่งคนพรรคเพื่อไทยมีความถนัดในฐานะที่เป็น นักธุรกิจการเมือง แต่อยากแนะนำอีกว่า ให้ไปดูรัฐธรรมนูญปี 2550 มาตรา 104 ว่าจะเปิดโอกาสให้ควบรวมพรรคหรือไม่
นายเทพไท กล่าวถึงกรณีการลงพื้นที่เพื่อตรวจราชการของนายกฯว่า เป็นแผนงานที่วางไว้ตั้งแต่ช่วงแรกที่รับตำแหน่งแล้ว ว่าจะต้องลงไปรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนด้วยตนเองพร้อมๆกับ รัฐมนตนรีทุกคน ขณะนี้เมื่อมีโอกาสก็ได้สานต่อแผนงานเดิม โดยใช้รูปแบบเรียบง่ายเพื่อตรวจสอบโครงการตามแผนงานกระตุ้นเศรษฐกิจและจะ ต้องใช้งบประมาณ จาก พ.ร.ก.เงินกู้เพื่อผลสัมฤทธิ์ของโครงการรวมทั้งรับฟังความเดือดร้อนของ ประชาชนเพื่อที่จะนำมาแก้ไขต่อไป
โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชา ธิปัตย์ กล่าวด้วยว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้นายกฯจะเลือกจังหวัดที่มีความพร้อม มีโครงการและปัญหา โดยมีเป้าหมายในภาคอีสาน เหนือ กลางและใต้สลับกันไป แม้ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะมีฐานเสียงในภาคใต้ก็ตาม แต่นายกฯให้ความเสมอภาคกับคนทุกภาค ตามที่เคยประกาศในสุนทรพจน์ขณะที่เข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จึงขอเรียกร้องให้กลุ่มคนเสื้อแดง ซึ่งเป็นคนส่วนน้อย ยุติการขัดขวางการทำหน้าที่ของนายกฯ เพราะจะเป็นการทำให้คนส่วนใหญ่ในพื้นที่เสียโอกาสที่จะรับประโยชน์ในการเข้า มารับฟังและแก้ปัญหาของรัฐบาล ถ้าหากมีความคิดทางการเมืองที่ต่างกัน ก็เป็นสิทธิที่แสดงออกได้ตามกฎหมาย แต่ต้องไม่เป็นการขัดขวางหรือริดรอนสิทธิของผู้อื่น อยากให้เกิดความเห็นที่แตกต่างและความไม่พอใจไว้แสดงออกในการตัดสินใจในการ เลือกตั้งส.ส.ทั่วไปในครั้งหน้านี้
2 กรกฎาคม 2552
สนับสนุนข่าวโดย ไทยรัฐออนไลน์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
About the Author
Write a Comment
Gravatars are small images that can show your personality. You can get your gravatar for free today!




